ขนลุกในพระบารมี.. เรื่องเล่าอันน่าอัศจรรย์.. ฝูงโลมา ร้อยกว่าตัว.. ว่ายน้ำอารักขาตามเสด็จในหลวง.. ขณะที่ทรงเรือใบข้ามอ่าวไทย..

ขนลุกในพระบารมี.. เรื่องเล่าอันน่าอัศจรรย์.. ฝูงโลมา ร้อยกว่าตัว.. ว่ายน้ำอารักขาตามเสด็จในหลวง.. ขณะที่ทรงเรือใบข้ามอ่าวไทย..

“เมื่อวันที่ 19 เมษายน พ.ศ.2509 ในหลวงรัชกาลที่ 9 ทรงแล่นเรือใบ โอ.เค. จากพระราชวังไกลกังวล หัวหิน ข้ามอ่าวไทยด้วยพระองค์เองพระองค์เดียว ใช้เวลา 17 ชั่วโมงเต็ม กว่าจะแล่นเรือมาถึงหาดเตยงาม อำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี

ในวันนั้นหลังจากที่ทรงแล่นใบห่างจากฝั่งมาได้ประมาณ 2 – 3 ชั่วโมง ผู้ที่อยู่ในเรือยางถวายอารักขา ซึ่งติดตามเรือใบพระที่นั่งอย่างใกล้ชิด รู้สึกประหลาดใจเป็นอย่างมากที่นอกจากมีเรือใบพระที่นั่งแล่นฝ่าคลื่นลมตัดอ่าวมาอย่างโดดเดียวลำเดียวแล้ว ปรากฏว่ามีฝูงปลาโลมาอีกประมาณเกือบ 10 ตัวว่ายน้ำตามเสด็จมาห่าง ๆ และเริ่มกระโดดขึ้นเหนือน้ำ พร้อมกับส่งเสียงร้องเมื่อเรือพระที่นั่งออกมาไกลจนผู้ติดตามมองไม่เห็นฝั่ง เหมือนเป็นการส่งสัญญาณให้พวกเรารับทราบว่าพระองค์ท่านทรงอยู่จุดไหน ซึ่งเป็นเรื่องที่มหัศจรรย์มาก

“หลังจากนั้นอีกไม่นานก็เริ่มมีฝูงปลาโลมาว่ายมาสมทบมากขึ้น สร้างความประหลาดใจให้กับชุดนักทำลายใต้น้ำที่ถวายอารักขาเป็นอย่างยิ่ง ร.ท.อนุวัต บุญธรรม ร.น. และ พ.จ.อ.ฉลองศักดิ์ ไตรสนธิ ซึ่งเป็นหัวหน้าชุดและรองหัวหน้าชุด ต่างช่วยกันนับได้ประมาณร้อยกว่าตัว ยิ่งเรือพระที่นั่งใกล้เข้ามาทางฝั่งสัตหีบ ก็ยิ่งมีฝูงปลาว่ายมาสมทบมากขึ้นทุกที ขณะนั้นเป็นช่วงบ่าย อากาศแจ่มใส ทะเลเรียบไม่มีคลื่นลม จึงสามารถสังเกตเห็นได้อย่างชัดเจน ฝูงปลาโลมาเป็นร้อยๆตัวเหมือนนัดหมายกันมารับเสด็จ หรือไม่ก็มาคอยถวายความปลอดภัยคุ้มกันอันตรายใต้น้ำ”

ภาพประกอบข่าวไม่ได้นำมาจากเหตุการณ์จริง

จ่าเอก กาย โพธิ์งาม เล่าต่ออีกว่า “ปลาที่อยู่ใกล้เรือพระที่นั่งว่ายน้ำเคียงคู่อยู่ข้างเรืออย่างเป็นระเบียบเรียบร้อย ไม่ห่างไม่ชิดเกินไป แต่ว่ายล้อมรอบเรือพระที่นั่ง พวกเราเฝ้าสังเกตฝูงปลาโลมาเหล่านี้อย่างเงียบ ๆ จากเรือยางที่แล่นถวายอารักขา จนเวลาล่วงเลยมาถึงตอนเย็นตะวันลับฟ้า พวกเราก็ยังรู้สึกว่าฝูงปลาโลมายังถวายงานว่ายเคียงคู่ไปกับเรือพระที่นั่ง จวบจนเรือพระที่นั่งแล่นใบเข้ามาใกล้จุดหมายที่อ่าวเตยงามเมื่อเวลาประมาณสองทุ่ม”

สิ่งที่ชุดนักทำลายใต้น้ำถวายอารักขาเห็นกันในวันนั้นเป็นสิ่งมหัศจรรย์อย่างยิ่ง และเชื่อว่าเป็นเพราะพระบารมีของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช หากไม่ได้เห็นด้วยตนเองแล้วคงยากที่จะเชื่อ จึงได้แต่พูดคุยกันเฉพาะแต่กับพวกเราที่ไปด้วยกันในครั้งนั้น

บัดนี้กาลเวลาได้ล่วงเลยผ่านพ้นมา 50 ปีแล้ว จึงได้นำเรื่องที่ประสบพบเห็นด้วยตนเองมาเปิดเผยให้แก่ประชาชนชาวไทยได้รับทราบ เพื่อน้อมระลึกถึงพระบารมีและพระมหากรุณา ธิคุณอันล้นพ้นอย่างหาที่สุดมิได้

ที่มาจาก : ชมรมคนรักในหลวง