น่าชื่นชม! ด.ช. 8 ขวบปลูกผักขายจนจ่ายค่าเทอม สร้างรายได้หลักหมื่น!!!

น่าชื่นชม! ด.ช. 8 ขวบปลูกผักขายจนจ่ายค่าเทอมเอง

น้องภูริในวัย 8 ขวบ อยากได้โน้ตบุ๊ค ในฐานะแม่เห็นว่าเป็นของใช้ที่เกินตัว และยังไม่มีความจำเป็นต่อเด็กในวัยนี้ เลยบอกไปว่า ยังเด็กอยู่ แต่หากอยากจะได้จริงๆ ต้องเก็บเงินซื้อเอง เลยเป็นที่มาของการปลูกผักขาย


เด็ก ป.3 อายุ 8 ขวบ โรงเรียนจันทศิริวิทยา ใฝ่ดีช่วยพ่อแม่หารายได้เสริม ด้วยการใช้ประโยชน์พื้นที่ข้างบ้านปลูกผักปลอดสารพิษสุดฮิต อาทิ ต้นอ่อนทานตะวัน ต้นอ่อนผักบุ้ง ต้นอ่อนหัวไชเท้า เบบี้คะน้า และผักโตเหมี่ยว ปลูก 7 วัน ตัดไปขายตลาดนัด หารายได้เสริมแต่ละเดือนหนึ่งหมื่นบาท ไว้เป็นทุนซื้อของเล่น และจ่ายค่าเทอม

คุณอัญชลี หิรัณยรัชต์ หรือคุณแอน คุณแม่น้องภูริ ทองป้อง ปัจจุบันเป็นนักเรียนประถมศึกษาชั้นปีที่ 4 โรงเรียนจันทศิริวิทยา


คุณแม่แอน เล่าว่า เมื่อ พ.ศ. 2558 น้องภูริในวัย 8 ขวบ อยากได้โน้ตบุ๊ค ในฐานะแม่เห็นว่าเป็นของใช้ที่เกินตัว และยังไม่มีความจำเป็นต่อเด็กในวัยนี้ เลยบอกไปว่า ยังเด็กอยู่ แต่หากอยากจะได้จริงๆ ต้องเก็บเงินซื้อเอง เลยเป็นที่มาของการปลูกผักขาย

แม้จะเสนอเงื่อนไขให้ลูกชายหาเงินเอง แต่ฐานะคนเป็นแม่ก็อดที่จะช่วยเหลือลูกไม่ได้ คุณแอน เลยบอกให้น้องภูริ ปลูกผักขาย เพราะเห็นว่าไม่ยาก เด็กสามารถปลูกได้ อีกทั้งครอบครัวก็ปลูกผักทานอยู่แล้ว

“ที่บ้านของเรา ปลูกผักง่ายๆ กินกันเองเป็นประจำอยู่แล้ว เลยพอมีพื้นฐาน ประกอบกับค้นคว้าหาข้อมูลเพิ่มว่าผักชนิดไหน ปลูกไม่ยาก โตเร็ว เก็บขายได้ไว หนที่สุดมาเจอต้นอ่อนผักบุ้ง และต้นอ่อนผักต่างๆ”

“ที่บ้านของเรา ปลูกผักง่ายๆ กินกันเองเป็นประจำอยู่แล้ว เลยพอมีพื้นฐาน ประ กอบกับค้นคว้าหาข้อมูลเพิ่มว่าผักชนิดไหน ปลูกไม่ยาก โตเร็ว เก็บขายได้ไวที่สุดมาเจอต้นอ่อนผักบุ้ง และต้นอ่อนผักต่างๆ”

คุณแอน บอกว่า ที่พักอาศัยอยู่ในหมู่บ้าน ย่านหนองแขม ขนาดพื้นที่ 50 ตารางวา บริเวณที่ใช้ปลูกผักอยู่ด้านข้างตัวบ้าน พื้นที่ไม่มาก อุปกรณ์ที่ใช้ปลูกมีตะกร้า นอกจากนั้นยังนำไม้ไผ่มาต่อเป็นชั้นวาง 3 ชั้น เพื่อเพิ่มพื้นที่ปลูก

หน้าที่ของคุณแอน เธอเป็นแม่บ้าน ส่วนสามีอาชีพกราฟฟิกดีไซน์ น้องภูริ มีน้องสาว 1คน ชื่อวาริ หลังจากน้องภูริมีความตั้งใจแน่วแน่แล้วว่าจะเก็บเงินซื้อโน๊ตบุ๊ค คุณแอนก็ลงมือช่วยปลูกผัก มีต้นอ่อนทานตะวัน ต้นอ่อนผักบุ้ง ต้นอ่อนหัวไชเท้า เบบี้คะน้า และผักโตหมี่ยว สาเหตุที่หญิงสาวเลือกปลูกผักประเภทนี้ เธอบอกว่า ปลูกง่าย โตเร็ว เด็กสามารถปลูกได้ไม่ยุ่งยาก

คุณแอน ยกตัวอย่างวิธีปลูกต้นผักบุ้งจีนอ่อน

ขั้นตอนการเพาะเมล็ด

1.นำเมล็ดผักบุ้งไปล้างน้ำให้สะอาด จนน้ำใส จากนั้นแช่เมล็ดผักบุ้งในน้ำต่ออีก 12 ชั่วโมง

2. นำเมล็ดผักบุ้งที่ได้แช่น้ำมา 12 ชั่วโมงแล้ว มาเช็ดให้แห้ง และห่อด้วยผ้าเปียกต่ออีก 12 ชั่วโมง

3.เมล็ดผักบุ้งที่ผ่านการแช่น้ำ จะมีรากสีขาวงอกออกมา

ขั้นตอนการเตรียมดิน

1. นำดินละเอียด มาผสมกับแกลบดำ ผสมขุยมะพร้าวละเอียดด้วย ปริมาณ 1 ต่อ 1

2. นำดินเทใส่ภาชนะที่จะปลูก อาทิ ตะกร้า กะละมัง ใส่ดินสูง 1นิ้วครึ่ง

3. นำเมล็ดผักบุ้งโรยลงไปในดิน กะปริมาณให้พอดีกับภาชนะที่จะปลูก รดน้ำให้ชุ่ม หาตะกร้ามาวางทับบนดินอีกที เพื่อให้รากยั่งลึกลงดิน 2 วัน

4. วันที่ 3 เปิดตะกร้าที่วางทับบนดิน เพื่อให้ต้นอ่อนผักบุ้ง โดนแสงแดด รดน้ำ เช้า – เย็น ปลูกต่อไปอีก 7 วัน ก็สามารถตัดไปรัปประทานได้

ราคาเมล็ดผักบุ้ง 1 กิโลกรัม ท้องตลาดขาย 150 บาท เมล็ดผักบุ้ง 1 กิโลกรัม เพาะต้นอ่อน 4 กิโลกรัม

สำหรับหน้าที่ที่น้องภูริจะต้องทำ คุณแม่แอน บอกว่า ทำทุกขั้นตอน ตั้งแต่เพาะเมล็ด รดน้ำเช้า – เย็น ยกเว้นตอนตัด เพราะต้องใช้ของมีคม

ด้านสถานที่จำหน่ายผัก ปัจจุบันหญิงสาวนำไปขายที่ตลาดนัดในหมู่บ้าน และส่งตามออเดอร์ ราคาขาย เบบี้คะน้า ขีดละ 20 บาท ผักบุ้งอ่อนขีดละ 15 บาท ต้นอ่อนหัวไชเท้าขีดละ 20 บาท รายได้จากการจำหน่ายเฉลี่ย 1 หมื่นบาท

และหลังจากที่น้องภูริปลูกผักขายมาเป็นเวลาเกือบปี คุณแอน บอกว่า มีเงินซื้อโน้ตบุ๊คแล้ว แต่ทว่าลูกชายกลับไม่ต้องการ เพราะเห็นคุณค่าของเงินกว่าจะทำงานหามาได้นั้นยากลำบาก ไม่ซื้อโน๊ตบุ๊ค เก็บเงินไว้เป็นทุนการศึกษา

ขอชื่นชมคุณแม่อัญชลี หิรัณยรัชต์ หรือคุณแอน คุณแม่น้องภูริ ทองป้อง ด้วยนะคะที่เลี้ยงลูกด้วยความรักและปัญญา สร้างให้ลูกเป็นทั้งคนเก่งและดี เชื่อว่ามหาเศรษฐีในอนาคตต้องมีน้องภูริ แน่นอนจริงไหมคะ

 

ขอบคุณภาพและข้อมูลจาก

http://www.thethainews.net/2017/04/8_27.html?m=1

อัพเดท ค่าคลอดลูก โรงพยาบาลเอกชนในกรุงเทพฯ 2560

อัพเดท ค่าคลอดลูก โรงพยาบาลเอกชนในกรุงเทพฯ 2560

ค่าคลอดลูก โรงพยาบาลเอกชนที่คุณแม่ถามกันมาว่าอยากทราบราคา ทีมแอดมินได้อัปเดตข้อมูลราคาค่าคลอดสำหรับโรงพยาบาลเอกชนในกรุงเทพฯ ให้แล้วค่ะ ครอบครัวไหนที่มีแพลนจะมีลูก และตั้งใจจะฝากครรภ์กับโรงพยาบาลเอกชน อยากทราบราคาค่าคลอดลูกด้วย ลองศึกษาข้อมูลที่นำมาให้ทราบนี้กันค่ะ

ค่าคลอดลูก โรงพยาบาลเอกชนในกรุงเทพฯ 2560

มาแล้วค่ะกับราคา ค่าคลอดลูก ของโรงพยาบาลเอกชนในกรุงเทพฯ อัปเดตให้ล่าสุดเลยค่ะ เห็นหลายๆ ครอบครัวถามกันเข้ามาก หลังจากได้ดูข่าวคุณแม่ชมพูคลอดลูกไปเมื่อเร็วๆ นี้ เอาเป็นว่าเพื่อไม่เป็นการรอช้าเราไปดูอัตราแพ็คเกจค่าคลอดลูกกันค่ะ

1. โรงพยาบาลวิภาวดี

ค่าคลอดลูก แบบเหมาจ่ายราคาคลอด ดังนี้

  • คลอดธรรมชาติ ราคา 38,000 บาท (นอนโรงพยาบาล 3 วัน 2 คืน)
  • คลอดโดยวิธีผ่าตัดคลอด ราคา 49,000 บาท (นอนโรงพยาบาล 4 วัน 3 คืน)

(Package คลอดบุตรโดยให้อยู่ในดุลยพินิจของแพทย์ผู้ดูแล ยกเว้นมารดาและ/หรือ ทารกมีภาวะแทรกซ้อนขณะตั้งครรภ์ ขณะคลอดหรือหลังคลอด)

หมายเหตุ:ไม่ครอบคลุมค่าแพทย์ช่วยผ่าตัด,ครรภ์แฝด

หมดเขตวันที่ 31 ธันวาคม 2560

ศูนย์สูตินรีเวช 24 ชั่วโมง สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ศูนย์สูตินรีเวช โทร.0-2561-1111 ต่อ 2219, 2220

เว็บไซต์: www.vibhavadi.com

2. โรงพยาบาลกรุงเทพคริสเตียน

แพ็คเกจ ค่าคลอดลูก โรงพยาบาลกรุงเทพคริสเตียน สมัครเข้าร่วมโครงการภายใน 31 ตุลาคม 2560

แพ็คเกจคลอดเหมาจ่าย

  • คลอดปกติ ราคา 49,000 บาท (พักอยู่โรงพยาบาล 3 วัน 2 คืน)
  • ผ่าตัดคลอด ราคา 71,000 บาท (พักอยู่โรงพยาบาล 4 วัน 3 คืน)
  • ผ่าตัดคลอดลูกแฝด ราคา 98,000 บาท (พักอยู่โรงพยาบาล 4 วัน 3 คืน)

สามารถสอบถามรายละเอียดแพ็คเกจเพิ่มเติมที่จะได้รับ แผนกสูตินรีเวชกรรมผู้ป่วยนอก โทร. 02-625-9000 ต่อ 30230-1

เว็บไซต์: www.bch.in.th

3. โรงพยาบาลกรุงเทพ

ราคาแพ็คเกจคลอดแบบเหมาจ่าย ราคานี้อัปเดตถึง 31 ธันวาคม 2560

  • การคลอดปกติ ราคา 65,000 บาท (พักอยู่โรงพยาบาล 2 คืน)
  • การผ่าตัดคลอด ราคา 93,500 บาท (พักอยู่โรงพยาบาล 3 คืน)
  • การผ่าตัดคลอดครรภ์แฝด ราคา 137,500 บาท (พักอยู่โรงพยาบาล 3 คืน)

หมายเหตุ : โรงพยาบาลขอสงวนสิทธิ์ในการเปลี่ยนแปลงราคาแพคเกจคลอดโดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า

สอบถามข้อมูล ติดต่อ โทร. 1719

เว็บไซต์: www.bangkokhospital.com

4. โรงพยาบาลบางปะกอก 1

ราคาคลอดแบบเหมาจ่ายนี้สามารถใช้ได้ถึง 31 ธันวาคม 2560

  • คลอดธรรมชาติ ราคา 31,000 บาท (พักอยู่โรงพยาบาล 3 วัน 2 คืน)
  • ผ่าตัดคลอด ราคา 48,000 บาท (พักอยู่โรงพยาบาล 4 วัน 3 คืน)

ติดต่อสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม แผนกสูติ-นรีเวช โรงพยาบาลบางปะกอก 1 โทรศัพท์ : 02–109–1111 ต่อ แผนกสูติ-นรีเวช

เว็บไซต์: www.bangpakok1.com

5. โรงพยาบาลบางปะกอก 3

ราคาแพ็คเกจคลอดแบบเหมาจ่าย

  • คลอดธรรมชาติ ราคา 23,000 บาท ห้องพิเศษ (พักอยู่โรงพยาบาล 3 วัน 2 คืน)
  • คลอดธรรมชาติ ราคา 21,000 บาท ห้องรวม (พักอยู่โรงพยาบาล 3 วัน 2 คืน)
  • ผ่าตัดคลอด ราคา 39,000 บาท ห้องพิเศษ (พักอยู่โรงพยาบาล 4 วัน 3 คืน)
  • ผ่าตัดคลอด ราคา 37,000 บาท ห้องรวม (พักอยู่โรงพยาบาล 4 วัน 3 คืน)
  • ผ่าตัดคลอด+ทำหมัน ราคา 43,000 บาท ห้องพิเศษ (พักอยู่โรงพยาบาล 4 วัน 3 คืน)
  • ผ่าตัดคลอด+ทำหมัน ราคา 41,000 บาท ห้องรวม (พักอยู่โรงพยาบาล 4 วัน 3 คืน)

ติดต่อสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม แผนกสูติกรรม โรงพยาบาลบางปะกอก 3 โทรศัพท์ : 02–109–3111 ต่อ 1124, 1125

เว็บไซต์: www.bangpakok3.com

6. โรงพยาบาลบางปะกอก 8

ค่าห้องพักสำหรับหลังมารดาหลังคลอด และทารก พร้อมอาหาร และค่าบริการ โรงพยาบาล 3 คืน 4 วัน

ค่าแพทย์ ทุกสาขาที่เกิดจากคลอดบุตร ได้แก่ สูติแพทย์ และ /กุมารเวช รวม 3 คืน 4 วัน

ค่าคลอดลูก ราคาใช้จ่าย

  • คลอดธรรมชาติ ราคา 19,900 บาท
  • ผ่าตัดคลอด ราคา 39,000 บาท
  • ผ่าตัดคลอด + ทำหมัน ราคา 45,000 บาท

สนใจบริการคลอดแบบเหมาจ่าย เชิญติดต่อแจ้งความประสงค์ได้ที่ แผนกรับผู้ป่วยใน โทร.0-2109-8111 ต่อ 1105

เว็บไซต์: www.bangpakok8.com

7. โรงพยาบาลบางปะกอก 9

อัตราค่าบริการ “แพ็คเกจคลอดเหมาจ่าย”

  • คลอดธรรมชาติ ราคา 31,000 บาท (พักอยู่โรงพยาบาล 3 วัน 2 คืน)
  • คลอดธรรมชาติและทำหมัน ราคา 40,000 บาท (พักอยู่โรงพยาบาล 3 วัน 2 คืน)
  • ผ่าตัดคลอด ราคา 48,000 บาท (พักอยู่โรงพยาบาล 4 วัน 3 คืน)
  • ผ่าตัดคลอดและทำหมัน ราคา 50,000 บาท (พักอยู่โรงพยาบาล 4 วัน 3 คืน)

ศูนย์สูตินารีเวช ชั้น 2 โรงพยาบาลบางปะกอก 9 อินเตอร์เนชั่นแนล ติดต่อสอบถาม

โทรศัพท์ 02–109–9111 ต่อ 10213, 10214 Call Center : 1745

เว็บไซต์: www.bangpakokhospital.com

8. โรงพยาบาลบางโพ

ราคาคลอดเหมาจ่าย วันนี้ – 31 ตุลาคม 60

  • คลอดปกติ ราคา 29,00 บาท (พักอยู่โรงพยาบาล 3 วัน 2 คืน)
  • ผ่าตัดคลอด ราคา 36,000 บาท (พักอยู่โรงพยาบาล 4 วัน 3 คืน)

สอบถามข้อมูลและสิทธิประโยชน์เพิ่มเติม โทร. 02 587 0144 ต่อ 2411 แผนกสุขภาพสตรี

เว็บไซต์: http://bangpo-hospital.com

 

9. โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์

ราคาโปรแกรมคลอดตั้งแต่ 1 มกราคม – 31 ธันวาคม 2560

  • คลอดปกติ ราคา 89,000 บาท (พักอยู่โรงพยาบาล 3 คืน 2 วัน)
  • คลอดปกติ โดยฉีดยาชาที่ไขสันหลัง ราคา 106,900 บาท (พักอยู่โรงพยาบาล 3 คืน 2 วัน)
  • ผ่าตัดคลอด ราคา 136,900 บาท (พักอยู่โรงพยาบาล 3 คืน 4 วัน)

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม โทร. 02-011-5999

เว็บไซต์: www.bumrungrad.com

 

10. โรงพยาบาลเจ้าพระยา

โปรแกรมคลอดบุตรปกติ (แบบเหมาจ่าย 3 วัน 2 คืน)

  • ห้อง Suite ราคา 43,000 บาท
  • ห้อง Exclusive ราคา 41,400 บาท
  • ห้อง Premium ราคา 40,000 บาท

โปรแกรมผ่าตัดคลอดบุตร (แบบเหมาจ่าย 4วัน 3 คืน)

  • ห้อง Suite ราคา 64,400 บาท (ดมยาสลบ) ราคา 58,400 บาท (บล็อคหลัง)
  • ห้อง Exclusive ราคา 61,300 บาท (ดมยาสลบ) ราคา 55,300 บาท (บล็อคหลัง)
  • ห้อง Premium ราคา 59,900 บาท (ดมยาสลบ) ราคา 53,900 บาท (บล็อคหลัง)

สอบถามรายละเอียดบริการและสิทธิประโยชน์เพิ่มเติม โทร. 02-433-8222, 02-433-5666

เว็บไซต์: www.chaophya.com

11. โรงพยาบาลเมโย

โปรแกรม ค่าคลอดลูก แบบเหมาจ่าย

  • คลอดปกติ ราคา 21,500 บาท (ห้องคู่ อยู่โรงพยาบาล 3 วัน 2 คืน)
  • คลอดปกติ ราคา 22,500 บาท (ห้องเดี๋ยว อยู่โรงพยาบาล 3 วัน 2 คืน)
  • ผ่าตัดคลอด ราคา 32,00 บาท (ห้องคู่ อยู่โรงพยาบาล 4 วัน 3 คืน)
  • ผ่าตัดคลอด ราคา 34,00 บาท (ห้องเดี๋ยว อยู่โรงพยาบาล 4 วัน 3 คืน)

เว็บไซต์: www.mayokaset.com

 

12. โรงพยาบาลพญาไท 3

ราคาโปรแกรมคลอดแบบเหมาจ่าย ถึง 31 ธันวาคม 2560

ผ่าตัดคลอดคุณแม่+ทารก (รวมค่าแพทย์ และพักฟื้นอยู่โรงพยาบาล 4 วัน 3 คืน)

  • ผ่าตัดคลอดแบบมาตรฐาน ราคา 65,900 บาท
  • ผ่าตัดคลอดแบบพรีเมี่ยม ราคา 70,900 บาท
  • ผ่าตัดคลอดแบบ Presidential Suite ราคา 111,900 บาท

คลอดปกติคุณแม่+ทารก (รวมค่าแพทย์ และพักฟื้นอยู่โรงพยาบาล 3วัน 2 คืน)

  • คลอดปกติแบบมาตรฐาน ราคา 48,500 บาท
  • คลอดปกติแบบพรีเมี่ยม ราคา 52,500 บาท
  • คลอดปกติแบบ Presidential Suite ราคา 84,500 บาท

ศูนย์สุขภาพหญิง โรงพยาบาลพญาไท 3 ติดต่อสอบถามรายเอียดเพิ่มเติมพร้อมสิทธิประโยชน์ โทร. 02-467-1111 ต่อ 3264-66

เว็บไซต์: www.phyathai.com

13. โรงพยาบาลเพชรเกษม 2

แพ็กเกจคลอดปกติเหมาจ่าย Normal Labour Package (นอน 3 วัน 2 คืน)

  • ห้องพิเศษเดี่ยว ราคา 19,900 บาท
  • ห้องพิเศษคู่ ราคา 17,900 บาท
  • ห้องพิเศษกระจก ราคา 15,900 บาท

แพ็กเกจผ่าคลอดเหมาจ่าย Caesarean section Package (นอน 4 วัน 3 คืน)

  • ห้องพิเศษเดี่ยว ราคา 34,000 บาท
  • ห้องพิเศษคู่ ราคา 32,000 บาท
  • ห้องพิเศษกระจก ราคา 29,900 บาท
  • ผ่าตัดคลอดพร้อมทำหมัน จ่ายเพิ่ม 1,500 บาท
  • ผ่าตัดคลอดพร้อมผ่าไส้ติ่ง จ่ายเพิ่ม 2,000 บาท

สนใจติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ ฝ่ายการตลาดและประชาสัมพันธ์ โทร. 02-455-5599 ต่อ 1031, 1807

เว็บไซต์: www.petkasem2hospital.com

14. โรงพยาบาลเปาโล โชคชัย 4

โปรแกรมคลอดแบบเหมาจ่าย ใช้ได้ถึง 31 ธันวาคม 2560

  • คลอดปกติ Premium ราคา 36,900 บาท
  • ผ่าตัดคลอด Premium ราคา 47,900 บาท
  • คลอดปกติ Premium Plus 1 ราคา 40,900 บาท
  • ผ่าตัดคลอด Premium Plus 1 ราคา 51,900 บาท
  • คลอดปกติ Premium Plus 2 ราคา 44,900 บาท
  • ผ่าตัดคลอด Premium Plus 2 ราคา 55,900 บาท

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมพร้อมสิทธิประโยชน์ โรงพยาบาลเปาโล โชคชัย 4 โทร. 02-514-4141

เว็บไวต์ www.paolohospital.com

15. โรงพยาบาลสุขุมวิท

โปรแกรมคลอดบุตรแบบเหมาจ่าย

  • คลอดธรรมชาติ ราคา 50,000 บาท ห้องเดี่ยว (พักฟื้นอยู่โรงพยาบาล 2 คืน)
  • ผ่าตัดคลอด ราคา 65,000 บาท ห้องเดี่ยว (พักฟื้นอยู่โรงพยาบาล 3 คืน)

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมพร้อมสิทธิประโยชน์ โรงพยาบาลสุขุมวิท โทร. 0-2391-0011

เว็บไซต์ www.sukumvithospital.com

16. โรงพยาบาลสินแพทย์

โปรแกรมราคา ค่าคลอดลูก ถึง 31 ธันวาคม 2560

คลอดแบบปกติ (พักฟื้นอยู่โรงพยาบาล 2 คืน)

  • ห้องเดี่ยว 30,000 บาท / ห้องคู่ 29,000 บาท หากทำหมัน คิดเพิ่ม 5,500 บาท

ผ่าตัดคลอดนอน (พักฟื้นอยู่โรงพยาบาล 3 คืน)

  • ห้องเดี่ยว 42,000 บาท / ห้องคู่ 41,000 บาท หากทำหมัน คิดเพิ่ม 5,000 บาท

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมพร้อมสิทธิประโยชน์ โทร. 02-793-5000

เว็บไซต์: www.synphaet.co.th

17. โรงพยาบาลศิครินทร์

โปรแกรมคลอดแบบเหมาจ่าย

  • คลอดปกติ ( อยู่พักฟื้นโรงพยาบาล 3 วัน 2 คืน ) ห้องเดี่ยว Superior ราคา 39,000.00 บาท
  • แบบผ่าตัดคลอด ( อยู่พักฟื้นโรงพยาบาล 4 วัน 3 คืน ) ห้องเดี่ยว Superior 50,000.00 บาท

ติดต่อสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมพร้อมสิทธิประโยชน์ โทร. 1728, 0-2366-9900

เว็บไซต์: www.sikarin.com

 

18. โรงพยาบาลลาดพร้าว

โปรแกรมคลอดแบบเหมาจ่าย ถึง 31 ธันวาคม 2560

คลอดปกติ

  • ไม่รวมฝากครรภ์ ราคา 29,900 บาท
  • รวมฝากครรภ์ ราคา 34,900 บาท

ผ่าตัดคลอด

  • ไม่รวมฝากครรภ์ ราคา 42,900 บาท
  • รวมฝากครรภ์ ราคา 47,900 บาท

ติดต่อสอบถามรายละอียดเพิ่มเติมพร้อมสิทธิประโยชน์ โทร. ศูนย์สุขภาพสตรี 02-530-2556 ต่อ 2400, 2410

เว็บไซต์: www.ladpraohospital.com

19. โรงพยาบาลวิภาราม

โปรแกรมคลอดแบบเหมาจ่าย

  • คลอดปกติ (พักฟื้นโรงพยาบาล 3 วัน 2 คืน)

ห้องคู่ ราคา 30,900 บาท

ห้องเดี่ยว ราคา 32,900 บาท

  • คลอดปกติ + ทำหมัน คิดเพิ่ม ราคา 12,000 บาท
  • ผ่าตัดคลอด (พักฟื้นโรงพยาบาล 4 วัน 3 คืน)

ห้องคู่ ราคา 44,500 บาท

ห้องเดี่ยว ราคา 47,500 บาท

  • ผ่าตัดคลอด + ทำหมัน คิดเพิ่ม ราคา 7,000 บาท

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมพร้อมสิทธิประโยชน์ คลินิกสูติ-นรีเวช โทร. 02-722-2500 ต่อ 2419, 2420

เว็บไซต์: www.vibharam.com

20. โรงพยาบาลหัวเฉียว

โปรแกรมค่าคลอดลูกแบบเหมาจ่าย ถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2560

  • คลอดธรรมชาติ (พักฟื้นอยู่โรงพยาบาล 3 วัน 2 คืน)
  • ชุดสุดคุ้ม ราคา 27,000 บาท
  • ชุดพิเศษ ราคา 34,000 บาท
  • ชุดพิเศษ VIP ราคา 43,000 บาท
  • ผ่าตัดคลอด (พักฟื้นอยู่โรงพยาบาล 4 วัน 3 คืน)
  • ชุดสุดคุ้ม ราคา 37,00 บาท
  • ชุดพิเศษ ราคา 45,000 บาท
  • ชุดพิเศษ VIP ราคา 55,000 บาท

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมพร้อมสิทธิประโยชน์ คลินิกสูตินรีเวช โทร. 02-223-1351 ต่อ 3230, 3232

เว็บไซต์: www.hc-hospital.com

สำหรับข้อมูลทั้งหมดนี้ อาจมีการเปลี่ยนแปลงจากทางโรงพยาบาลในภายหลังได้ ดังนั้นแนะนำว่าก่อนเข้ารับบริการฝากครรภ์ และรวมอัตราค่าคลอดบุตร รบกวนสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมไปยังโรงพยาบาลที่ต้องการใช้บริการกันอีกครั้งนะคะ …ด้วยความใส่ใจและห่วงใย

อ้างอิงจาก amarinbabyandkids

“เห็ด” ที่แพงยิ่งกว่าทอง ! เตรียมต่อยอดสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจให้เกษตรกร ราคาสูงถึงกิโลกรัมละ 160,000 บาท !

“เห็ด” ที่แพงยิ่งกว่าทอง ! เตรียมต่อยอดสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจให้เกษตรกร ราคาสูงถึงกิโลกรัมละ 160,000 บาท !

ทีมนักวิจัยจากมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ค้นพบเห็ดทรัฟเฟิล 2 สายพันธุ์ใหม่ของโลก บริเวณทางตอนเหนือสุดของประเทศ นับเป็นการค้นพบเห็ดสายพันธุ์นี้เป็นครั้งแรกของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

ทีมนักวิจัยไทยยืนยันว่า เห็ด 2 ชนิดที่ค้นพบในประเทศไทยคือเห็ดทรัฟเฟิลจริง ทั้งโครงสร้างทางพันธุกรรมและลักษณะภาพรวมภายนอก ซึ่งแทบจะไม่มีความเป็นไปได้เลยที่จะพบเห็ดชนิดนี้ในพื้นที่เขตร้อนชื้นอย่างประเทศไทย เนื่องจากเห็ดทรัฟเฟิลจะขึ้นได้ดีในเขตพื้นที่อบอุ่นและเขตหนาว โดยเฉพาะในทวีปยุโรป โดยเห็ดสายพันธุ์ใหม่นี้ถูกค้นพบบริเวณอุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ ในจังหวัดเชียงใหม่ของไทย

เห็ดทรัฟเฟิลสีขาวที่ถูกค้นพบนี้ได้รับพระราชทานนามจากสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารีว่า ‘เห็ดทรัฟเฟิลขาวเทพสุคนธ์ (Tuber thailandicum)’ ซึ่งหมายถึง ‘เห็ดสีขาวที่มีกลิ่นหอมดุจทวยเทพ’ ในขณะที่เห็ดทรัฟเฟิลอีกสายพันธ์ุหนึ่งที่ถูกค้นพบ ผิวข้างนอกมีสีน้ำตาล ในขณะที่ข้างในมีสีขาว และได้รับการตั้งชื่อว่า ‘เห็ดทรัฟเฟิลล้านนา (Tuber lannaense)’

และล่าสุดทีมนักวิจัยจากมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ได้ค้นพบ เห็ดทรัฟเฟิลที่มีลักษณะคล้ายกับเห็ดทรัฟเฟิลสีขาวที่พบมากในอิตาลี (Tuber magnatum) ซึ่งถือว่า เป็นเห็ดทรัฟเฟิลที่มีราคาแพงที่สุดในโลก มีราคาสูงถึง 150,000-160,000 บาทต่อกิโลกรัมเลยทีเดียว

ศ.ดร. สายสมร ลำยอง หนึ่งในทีมวิจัยของคณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ กล่าวว่า ทีมวิจัยนี้ได้เริ่มศึกษาความหลากหลายทางชีวภาพของเห็ด (ฟังไจ) มาตั้งแต่ปี 1999 จนกระทั่งปี 2014 ที่ ดร. นครินทร์ สุวรรณรา ได้ค้นพบเห็ดทรัฟเฟิลสายพันธุ์ใหม่ของโลกในประเทศไทยเป็นครั้งแรก รวมถึงการค้นพบเห็ดสายพันธ์ุใหม่ของโลกโดย ดร. จตุรงค์ คำหล้า หนึ่งในทีมวิจัยในปีต่อ ๆ มา

ตลอดระยะเวลาเกือบสองทศวรรษ ทีมนักวิจัยไทยเก็บข้อมูลตัวอย่างของเห็ดไปมากกว่า 8,000 ชนิด และมากกว่า 60 ชนิด เป็นเห็ดสายพันธ์ุใหม่ของโลก

การค้นพบเห็ดทรัฟเฟิลทั้ง 3 สายพันธ์ุในประเทศไทย โดยเฉพาะในเชียงใหม่ นับเป็นอีกหนึ่งความสำเร็จครั้งยิ่งใหญ่ของทีมนักวิจัยไทย เพราะนี่คือการค้นพบเห็ดทรัฟเฟิลในเขตพื้นที่ที่อยู่บริเวณเส้นละติจูดที่ต่ำที่สุดเมื่อเทียบกับรายงานการค้นพบเห็ดทรัฟเฟิลทั่วโลก และประเทศไทยอาจจะกำลังมีการทำฟาร์มเห็ดทรัฟเฟิลขึ้น เพื่อเป็นการต่อยอดทางเศรษฐกิจจากการค้นพบที่เกิดขึ้น สร้างงานสร้างรายได้ให้แก่พี่น้องเกษตรกรในท้องถิ่นและเป็นการเพิ่มรายได้เข้าสู่ประเทศอีกช่องทางหนึ่งในอนาคต

เด็กมะกันวัย 6 ขวบ เขียนจดหมายถึงโอบามา เพื่อขอให้ “เด็กชายซีเรีย” มาอยู่ด้วยที่บ้าน

เด็กมะกันวัย 6 ขวบ เขียนจดหมายถึงโอบามา เพื่อขอให้ “เด็กชายซีเรีย” มาอยู่ด้วยที่บ้าน

เมื่อไม่นานมานี้ เราคงเคยเห็นภาพจากสถานการณ์สงครามกลางเมืองในประเทศซีเรีย และภาพที่สะเทือนใจเราหลายๆ ก็คงจะเป็นภาพ เด็กชายวัย 5 ขวบ ที่นั่งรออยู่ในโรงพยาบาล ด้วยสภาพคลุกฝุ่น และมีเลือดไหลอาบแก้ม

เด็กชาย Alex วัย 6 ขวบ จากนิวยอร์ก ก็เป็นหนึ่งในผู้ที่เห็นภาพอันน่าหดหู่นั้น แต่สิ่งที่เขาได้ตัดสินใจทำเพื่อเด็กชายชาวซีเรียนั้น ทำให้เราถึงกับซาบซึ้ง เพราะ เขาได้เขียนจดหมายถึง Obama เพื่อให้เด็กชาวซีเรียคนนั้นมาอยู่กับเขา และจดหมายฉบับนี้ก็ถูกเผยแพร่โดยทำเนียบขาว

Obama เองก็ได้เขียนไว้ใน Facebook ว่า “จดหมายฉบับนี้มาจาก เด็กชายที่ไม่เหยีดหยาม ไม่สงสัย และไม่กลัวอะไรเลย” ทำให้วิดีโอนี้ถูกแชร์มากกว่า 60,000 ครั้ง

ในจดหมายของ Alex มีใจความว่า…

“ถึงประธานาธิบดี Obama ยังจำเด็กชาวซีเรีย ที่นั่งอยู่ในโรงพยาบาลได้ไหมครับ? ให้เขามาอยู่กับเราได้ไหมครับ…เราจะรอต้อนรับด้วยดอกไม้ และลูกโป่ง มาเป็นครอบครัวเดียวกัน มาเป็นน้องชายของผมนะ”

Obama ได้อ่านจดหมายของ Alex ในการประชุมสุดยอดสหประชาชาติว่าด้วยวิกฤตผู้ลี้ภัยเมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา หลังจากนั้นทางทำเนียบขาวก็ได้ส่งเจ้าหน้ามาบันทึกเสียงของ Alex ถึงบ้านของเขา

Obama ยังได้เขียนไว้ด้วยว่า ‘เราทุกคน ก็ควรจะเป็นเหมือน Alex นะ’ ‘ลองจินตนา การดู ถ้าเราตกอยู่ในสภาพเช่นเด็กชายชาวซีเรีย เราก็คงต้องการความช่วยเหลือ และต้องการคนเช่น Alex’

หลังจากที่เรื่องนี้ถูกเผยแพร่ในโลกโซเชียล ผู้คนต่างชื่นชมในคำพูดของ Obama แต่ที่วิเศษไปกว่านั้นคือ พวกเขาต่างพากันชื่นชมในความคิดของเด็กน้อย Alex

หญิงสาวจากรัฐเท็กซัสคนหนึ่ง คอมเม้นใน Facebook ว่า “Alex วัยแค่ 6 ขวบ แต่กลับเข้าใจสถานการณ์ได้ดีกว่าผู้ใหญ่ซะอีก พ่อแม่ของเขาช่างโชคดีจริงๆ ที่มีลูกแบบนี้”

ในขณะที่ชาวเน็ตอีกคนก็บอกว่า ‘เมื่อฉันได้อ่านเรื่องนี้ใน Facebook ฉันรู้สึกซาบซึ้งมาก และกลั้นน้ำตาไว้ไม่อยู่จริงๆ’

เนื้อความทั้งหมดในจดหมายของ Alex

จากเหุตการณ์สงครามกลางเมืองในประเทศซีเรีย ประธานาธิบดีสหรัฐ Obama ได้เรียกร้องให้ประเทศที่พัฒนาแล้ว ให้การช่วยเหลือผู้ลี้ภัยชาวซีเรียด้วย

ในเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา ที่ทำเนียบขาว เผยว่า ได้ช่วยเหลือผู้ลี้ภัยชาวซีเรียมาแล้ว 10,000 คนแล้ว โดยให้เข้ามาอยู่ในประเทศสหรัฐอเมริกาในปีนี้

Obama ยังบอกอีกว่า มีแผนที่จะช่วยเหลือชาวซีเรียจำนวน 110,000 คน ด้วยงบประมาณปี 2017

ทำเนียบขาวได้บันทึกภาพขณะที่ Alex อ่านจดหมายของตัวเองถึง Obama

บอกได้คำเดียวว่า ซึ้งมาก T T แค่ 6 ขวบ แต่คิดได้ขนาดนี้แล้ว น่ายกย่องจริงๆ

ใครที่ชื่อมีพยัญชนะขึ้นต้นด้วยอักษรนี้ มีดวงพลิกชีวิตจากร้ายกลายเป็นดี

ใครที่ชื่อมีพยัญชนะขึ้นต้นด้วยอักษรนี้ มีดวงพลิกชีวิตจากร้ายกลายเป็นดี

ในช่วงนี้ดวงชะตาของใครหลายคนอาจมีการเปลี่ยนแปลง โดยเปลี่ยน แปลงทั้งในแง่ดีและแง่ร้าย หลายคนจึงต่างเสาะหาแนวทางให้ชะตาชีวิตนั้นเปลี่ยนจากร้ายกลายเป็นดี

ล่าสุดซินแสเป็นหนึ่ง ได้เปิดชื่อคนที่ขึ้นด้วย

พยัญชนะต้น ด้วยอักษร ส บ น ร ว อ ย จ

โดยชื่อคนที่ขึ้นด้วยพยัญชนะต้นด้วยอักษรดังกล่าว มีดวงพลิกชีวิตจากร้ายกลายเป็นดี

สำหรับคนที่ไม่มีพยัญชนะดังกล่าว หากอยากโชคดีให้ซื้อของถวายพระดังนี้

1.ถวายมีดโกน

2.ถวายมีดตัดเล็บ

3.ถวายเข็ม-ด้ายสีจีวร โดยให้ถวายก่อนสิ้นปี 2560

ขอบคุณที่มา ตรวจดวงชะตา ด้วยลายเซ็นต์

เกษตรกรเมืองเพชรปลูกหญ้าเนเปียร์ขายให้ผู้เลี้ยงโค ทำกำไรปีละ 3 ล้านบาท

เกษตรกรเมืองเพชรปลูกหญ้าเนเปียร์ขายให้ผู้เลี้ยงโค ทำกำไรปีละ 3 ล้านบาท

เมื่อวันที่ 18 ก.ย. นางผ่องศรี เปี่ยมทอง อายุ 56 ปี ประธานกลุ่มวิสาหกิจชุมชนผู้ปลูกหญ้าโคเนื้อเพชรบุรี บ้านน้ำทรัพย์ ต.แก่งกระจาน อ.แก่งกระจาน จ.เพชรบุรี กล่าวว่า กลุ่มวิสาห กิจชุมชนผู้ปลูกหญ้าโคเนื้อเพชรบุรี บ้านน้ำทรัพย์ ก่อตั้งเมื่อปลายปี พ.ศ.2558 ตอนนี้มีสมาชิก 34 คน โดยกลุ่มตั้งขึ้นเพื่อปลูกหญ้าเนเปียร์ขายให้ผู้เลี้ยงโค

โดยตอนเริ่มต้นมีพื้นที่ปลูกหญ้าเนเปียร์ 13 ไร่ ปัจจุบันมีพื้นที่ปลูกหญ้าเนเปียร์ 130 ไร่ เดิมทีสมาชิกทั้งหมดประกอบอาชีพเกษตรกรรม แต่เห็นว่าการปลูกหญ้าเนเปียร์มีรายได้ดี จึงรวมตัวกันตั้งเป็นวิสาหกิจชุมชม

โดยหญ้าเนเปียร์ที่ปลูกนำพันธ์มาจากศูนย์วิจัยพืชอาหารสัตว์เพชรบุรี วิธีปลูกไม่ยากเริ่มจากนำรถไถ ปรับพื้นที่ ไถแปร และยกร่อง แล้วต้นหญ้าเนเปียร์ลงปลูก ใช้เวลานานประมาณ 2 เดือนก็ตัดขายได้

“การปลูกหญ้าเนเปียร์สร้างรายได้ดีมาก พื้นที่ 130 ไร่ใน 1 ปี กลุ่มสามารถขายหญ้าเนเปียร์ได้เงินประมาณ 4,500,000 บาท หักต้นทุนแล้วกลุ่มจะเหลือกำไรปีละประมาณ 3,000,000 บาท โดยหญ้าเนเปียร์ที่ปลูกจะขายให้กลุ่มวิสาหกิจชุมชนผู้เลี้ยงโคนเนื้อ” นางผ่องศรี เปี่ยมทอง กล่าว

ด้าน นายบรรเทิง นวนภักดี ประธานเครือข่ายวิสาหกิจชุมชนปศุสัตว์เพชรบุรี และประธานกลุ่มวิสาหกิจชุมชนพุสวรรค์โคเนื้อ เผยว่ากลุ่มวิสาหกิจชุมชนพุสวรรค์โคเนื้อเพชรบุรี เดิมทีเลี้ยงแม่วัว และปลูกหญ้าเนเปียร์เอง แต่ปัจจุบันได้ซื้อหญ้าเนเปียร์จาก กลุ่มวิสาหกิจชุมชนผู้ปลูกหญ้าโคเนื้อเพชรบุรีมาเลี้ยงโคเพราะสะดวกกว่า

อ้างอิง ข่าวสด

เปิดบ้านไร่คนดัง แบ่งพื้นที่เป็นที่พักผ่อนหย่อนใจ พร้อมทำแปลงเกษตรปลูกพืชผักสวนครัว

เปิดบ้านไร่คนดัง แบ่งพื้นที่เป็นที่พักผ่อนหย่อนใจ พร้อมทำแปลงเกษตรปลูกพืชผักสวนครัว

เพราะการใช้ชีวิตในเมืองนั้นวุ่นวาย หลายคนจึงอยากมีชีวิตสโลว์ไลฟ์เพื่อให้ทุกอย่างหมุนช้าลง ขอให้พื้นที่เล็กๆ ในต่างจังหวัดเป็นมุมพักผ่อนหย่อนใจ และบางคนขอเดินตามรอยพ่อหลวงด้วยการทำพืชสวนผสมตามหลักเศรษฐกิจพอเพียง จะมีใครบ้างนั้นมาดูกัน

ดีเจพุฒ หนุ่มลูกเกษตรตัวจริง ครอบครัวมีพื้นที่ทำไร่สวนเกษตรกว่า 17 ไร่ในจังหวัดราชบุรี เจ้าตัวได้โพสต์ภาพของบ้านไร่อยู่อย่างต่อเนื่อง เป็นผลผลิตจากครอบครัวที่ดูแลใส่ใจจนพืชผลเติบโตออกผลให้ได้ชื่นใจ

จุ๋ย วรัทยา บ้านสวนที่เมื่อไหร่เจ้าตัวว่างและอยากกลับไปพักผ่อน บ้านนิลคูหาในจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ของเธอจะเป็นพื้นที่แห่งความสุขที่โอบล้อมไปด้วยไอรักจากคุณพ่อคุณแม่ที่คอยห่วงใย บ้านแห่งรักจริงๆ

ติ๊ก กลิ่นสี บ้านสวยในจังหวัดเชียงใหม่ ที่ต้องบอกว่าสวยงามและตกแต่งได้อย่างลงตัวกับศิลปะภาพวาดที่เจ้าตัวบรรจงรังสรรค์ด้วยตัวเอง ต้องบอกว่าบรรยากาศร่มรื่นเต็มไปด้วยต้นไม้ สระน้ำ เหมาะกับการพักผ่อนที่สุด

สรยุทธ บ้านไร่ในจังหวัดนครราชสีมาที่เต็มไปด้วยต้นไม้และพืชผักสวนครัว บรรยากาศบ้านไร่ไอดินที่เหมาะกับการสูดอากาศบริสุทธิ์ใกล้กรุงเทพฯ หลังๆ จะเห็นว่าเจ้าตัวไปบ่อยมาก ต้องบอกว่าบ้านถูกออกแบบมาสวยมาก

เสี่ยตา ปัญญา อาณาจักรบ้านไร่ในจังหวัดนครราชสีมา สวยและเหมาะกับการพักผ่อนแบบฉบับครอบครัวใหญ่เป็นอย่างมาก พื้นที่ถูกแบ่งเป็นโซนต้นไม้ โซนแปลงเกษตร ผลผลิตงดงามที่เกิดจากความใส่ใจของจริง

เอ๊าะ กีรติ บ้านในฝันกลางเขาใหญ่ ที่เจ้าตัวบอกว่าสร้างไว้ให้แม่ จึงได้ตั้งชื่อบ้านหลังนี้ว่า บ้านแม่ แน่นอนว่าบ้านหลังนี้เต็มไปด้วยความรักและความอบอุ่น เพราะทุกอณูบนพื้นดินผืนไร่แห่งนี้สร้างด้วยความรักที่บริสุทธิ์

เบิร์ด ธงไชย อาณาจักรบ้านไร่ในจังหวัดเชียงราย ที่นอกจากจะมีพื้นที่บ้านอลังการไว้พักผ่อนแล้ว ยังมีพื้นที่ทำเกษตรแบบพอเพียงอีกมากมาย ทั้งโรงเพาะเห็ด ปลูกสวนผลไม้ เรียกว่าทุกตารางนิ้วทำประโยชน์ได้อย่างน่าทึ่งจริงๆ

ที่มา: http://news.sanook.com

คนกำแพงเพชรแห่เก็บเห็ดโคน ขายโลละ 600 บาท สร้างรายได้เสริมคึกคัก

คนกำแพงเพชรแห่เก็บเห็ดโคน ขายโลละ 600 บาท สร้างรายได้เสริมคึกคัก

เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 17 ก.ย. นายสุวัฒน์ จันทร์สุข นายอำเภอพรานกระต่าย เปิดเผย “ข่าวสด” ว่า ได้รับแจ้งจากพระครูวิศาลวชิรกิจ เจ้าคณะตำบลหนองหัววัว เจ้าอาวาสวัดเทพสโมสร อ.พรานกระต่าย จ.กำแพงเพชร ว่า มีเห็ดโคนขึ้นภายในวัดให้รีบมาเก็บ จึงพร้อมด้วย จ.ส.อ.สันติ อินลา รองหัวหน้าชุดรักษาความสงบเรียบร้อย อ.พรานกระต่าย นายไพฑูรย์ ทองมี กำนันตำบลพรานกระต่าย และนายทองเลี่ยม ถาวร ผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ 6 บ้านหนองน้ำใส ร่วมเดินทางไปเก็บเห็ดโคน พบว่าที่วัดเทพสโมสร หมู่ 6 บ้านหนองน้ำใส ต.พรานกระต่าย บริเวณข้างๆศาลาการเปรียญ และหลังกุฏิเจ้าอาวาส ซึ่งเป็นป่าไม้เบญจพรรณ มีเห็ดโคนขึ้นงบานขาวสะพรั่ง โดยเป็นเห็ดโคนราม จึงช่วยกันเก็บโดยใช้มีดปลายแหลมแทงดินให้ชิดกับดอกเห็ดและงัดเห็ดขึ้นมา เมื่อนำไปชั่งได้ประมาณ 2 กิโลกรัม

สำหรับเห็ดโคนของอำเภอพรานกระต่าย เป็นเห็ดชนิดหนึ่งที่ขึ้นตามธรรมชาติประจำฤดูกาลตามกำหนดและเวลา ยังไม่มีใครสามารถนำมาปรับปรุง คือเพาะปลูกให้ขึ้นนอกฤดูกาลได้มีหลายชนิด เช่น เห็ดโคนไฟ จะมีสีน้ำตาลอ่อน ไม่ค่อยนิยมนำมารับประทานเพราะรสชาติไม่ค่อยหวาน เมื่อนำมาปรุงแล้วจะมีเมือกมาก เห็ดโคนเล็ก (เห็ดโคนหัวดำ) เป็นเห็ดขนาดเล็กดอกมีสีขาวแต่ปลายดอกสีดำ อายุสั้นโรยเร็วมาก รสชาติเหมือนเห็ดโคนราม ซึ่งเป็นเห็ดขนาดกลางมีลักษณะใกล้เคียงกับเห็ดโคนใหญ่มาก สีจะขาว

เห็ดโคนทุกชนิด รสชาติและค่านิยมใกล้เคียงกับเห็ดโคนใหญ่ เห็ดโคนใหญ่ มีลักษณะสีคล้ายไข่ไก่ สีและขนาดจะมีแตกต่างกันเกี่ยวกับพื้นที่ดิน ถ้าเป็นป่าดงดิบป่าทึบดอกจะใหญ่ และยาวกว่า สีค่อนข้างจะดำเรื่อๆ แต่ถ้าเป็นดินทรายป่าไม้เตี้ยๆ (ป่าแดง) ดอกจะเล็กกว่าและสีขาวกว่า รสหวานและกรอบกว่า

เห็ดโคนใหญ่เป็นเห็ดที่รสชาติหวานกรอบเป็นที่นิยมของตลาดโดยทั่วไป เมื่อขึ้นแล้วจะขึ้นทั่วๆ ไปทุกสถานที่ที่เคยขึ้นและมีจำนวนมาก ซื้อขายกันในราคากิโลกรัมละ 400-600 บาท

ในขณะนี้เห็ดโคนกำลังขึ้นประชาชนจะออกไปหาเก็บเห็ดโคนกันในช่วงตั้งแต่เวลา 03.00 น.โดยใช้ไฟฉายส่องเพราะที่ดอกเห็ดโคนจะเลืองแสงเห็นได้ชัด พอเวลา 07.00 น.จะมีพ่อค้าแม่ค้าไปรับซื้อถึงในป่าเลย เป็นการหารายได้เสริมให้ชาวบ้านอีกฤดูหนึ่ง

ข้อมูลจาก ข่าวสด

ธนาคารออมสิน แจกเงินเด็ก เกิดช่วงรอยต่อระหว่างรัชกาลที่ 9 และ 10

ธนาคารออมสิน แจกเงินเด็ก เกิดช่วงรอยต่อระหว่างรัชกาลที่ 9 และ 10

วันที่ 6 กันยายน 2560 นายชาติชาย พยุหนาวีชัย ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน เปิดเผยว่า ขณะนี้ธนาคารออมสินได้ร่วมกับมูลนิธิโรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราช ดำเนินโครงการ “โรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชให้ชีวิต ออมสินให้อนาคต” โดยการสนับสนุนเงินทุนให้แก่เด็กทุกคนที่เกิดในช่วงรอยต่อ 2 แผ่นดิน คือ ระหว่างวันที่ 13 ตุลาคม 2559 ตั้งแต่เวลา 6.52 น. จนถึงวันที่ 14 ตุลาคม 2559 เวลา 1.53 น. ด้วยการให้เงินทุนผ่านการเปิดบัญชีเงินฝากประเภทเผื่อเรียกเพื่อประโยชน์ของผู้เยาว์ คนละ 1,099 บาท

ธนาคารออมสิน แจกเงินเด็ก เกิดช่วงรอยต่อสองแผ่นดิน

เชื่อว่าต้องเป็นข่าวดีสำหรับทุกครอบครัวเพราะ ธนาคารออมสิน แจกเงินเด็ก เพื่อเป็นขวัญบัญชี สำหรับรายละเอียดตามนี้ค่ะ

เมื่อวันที่ 6 กันยายน 2560 นายชาติชาย พยุหนาวีชัย ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน ได้ให้รายละเอียดถึงการให้เงินขวัญบัญชีแก่เด็กแรกเกิด ซึ่งทางธนาคารออมสินได้ร่วมกับมูลนิธิโรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราช ดำเนินโครงการโรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชให้ชีวิต ออมสินให้อนาคต

ซึ่งจะมีการสนับสนุนเงินทุนให้แก่เด็กทุกคนที่เกิดในช่วงรอยต่อ 2 แผ่นดิน คือ ระหว่างวันที่ 13 ตุลาคม 2559 ตั้งแต่เวลา 6.52 น. จนถึงวันที่ 14 ตุลาคม 2559 เวลา 1.53 น. ด้วยการให้เงินทุนผ่านการเปิดบัญชีเงินฝากประเภทเผื่อเรียกเพื่อประโยชน์ของผู้เยาว์ คนละ 1,099 บาท

สำหรับวัตถุประสงค์ของโครงการโรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชให้ชีวิต ออมสินให้อนาคต ก็เพื่อน้อมเกล้าน้อมกระหม่อมถวายเป็นพระราชกุศล แด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช และน้อมเกล้าน้อมกระหม่อมถวายพระพร สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร

คุณพ่อคุณแม่ที่มีลูกในระหว่างช่วงรอยต่อตามรายละเอียดวันที่แจ้งไว้ข้างต้น สามารถติดต่อเข้าขอรับทุนประเดิมได้ตั้งแต่วันนี้ จนถึงวันที่ 31 ตุลาคม 2560 ที่ธนาคารออมสินทุกสาขาทั่วประเทศ ก่อนเข้ารับเงินทุนประเดิม ต้องเตรียมเอกสารหลักฐานให้พร้อม ดังนี้ค่ะ

  • สูติบัตรของเด็กฉบับจริงและสำเนา
  • บัตรประจำตัวประชาชนของบิดามารดา
  • สำเนาทะเบียนบ้านของบิดามารดา

หากครอบครัวไหนที่ตรวจสอบแล้วมีสิทธิในการเข้าขอรับเงิน สามารถไปติดต่อได้ที่ธนาคารออมสินทุกสาขาใกล้บ้านกันได้เลยนะคะ

ครม. อนุมัติงบกลาง เงินอุดหนุนเด็กแรกเกิด แล้ว!

สำหรับคุณพ่อคุณแม่ที่กำลังหารายละเอียดเกี่ยวกับเงินอุดหนุนเด็กแรกเกิดที่รัฐบาลแจ้งไว้ให้ มีข้อมูลหลักเกณฑ์ในการลงทะเบียนรับ เงินอุดหนุนเด็กแรกเกิดมาให้ทราบดังนี้ค่ะ

1. เด็กที่เกิดระหว่างวันที่ 1 ตุลาคม 2558 – 30 กันยายน 2559 และมาลงทะเบียนขอรับสิทธิ์เงินอุดหนุนเพื่อการเลี้ยงดูเด็กแรกเกิดภายในวันที่ 30 กันยายน 2559 จะได้รับเงินอุดหนุนเดือนละ 400 บาท นับแต่เดือนที่เกิด จนถึงเดือนกันยายน 2559 และได้รับเงินเดือนละ 600 บาท ตั้งแต่เดือนตุลาคม 2559 จนเด็กอายุครบ 3 ขวบ

2. เด็กที่เกิดระหว่างวันที่ 1 ตุลาคม 2559 – 30 กันยายน 2560 และมาลงทะเบียนขอรับสิทธิ์เงินอุดหนุนเพื่อการเลี้ยงดูเด็กแรกเกิดภายในวันที่ 30 กันยายน 2560 ได้รับเงินอุดหนุนเดือนละ 600 บาท ตั้งแต่เดือนที่เกิด จนเด็กอายุครบ 3 ขวบ

3. เด็กที่เกิดระหว่างวันที่ 1 ตุลาคม 2558 – 30 กันยายน 2559 แต่มาลงทะเบียนขอรับสิทธิ์เงินอุดหนุนเพื่อการเลี้ยงดูเด็กแรกเกิดภายหลังวันที่ 30 กันยายน 2559 จะได้รับเงินอุดหนุนเดือนละ 600 บาท นับแต่เดือนที่มาลงทะเบียน จนเด็กอายุครบ 3 ขวบ

เอกสารที่ต้องใช้ในการลงทะเบียน

เมื่อลงทะเบียนเรียบร้อยแล้ว สามารถรับเงินด้วยตนเองได้ที่ สำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัด (พมจ.) หรือ กรมกิจการเด็กและเยาวชน (ดย.) หรือรับผ่านบัญชีธนาคารค่ะ

การรับ เงินอุดหนุนเด็กแรกเกิด

1. แบบลงทะเบียน (ดร.01) (รับที่สถานที่ลงทะเบียน)
2. แบบรับรองสถานะของครัวเรือน (ดร.02) ที่ได้รับการรับรองแล้ว
3. สำเนาบัตรประชาชนของคุณแม่
4. สำเนาเอกสารการฝากครรภ์ หรือสมุดบันทึกสุขภาพแม่และเด็ก
5. สำเนาสูติบัตรเด็กแรกเกิด (นำมายื่นหลังคลอด)
6. สำเนาสมุดบัญชีธนาคารกรุงไทย (กรณีต้องการรับเงินผ่านบัญชี)

  • รับเงิน ณ กรมกิจการเด็กและเยาวชน (สามารถมอบอำนาจให้ผู้อื่นรับแทนได้)
  • รับเงิน ณ สานักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัด (สามารถมอบอำนาจให้ผู้อื่นรับแทนได้)

รับผ่านบัญชีธนาคารกรุงไทย (นำสำเนาสมุดบัญชีธนาคารกรุงไทยที่มีหน้าแสดงหมายเลขบัญชีและชื่อผู้รับเงินมายื่น – เข้าบัญชีผู้เลี้ยงดูเด็กได้)

หมายเหตุ: กรณีมอบอำนาจในการรับเงิน ให้นำหนังสือมอบอำนาจและสำเนาบัตรประจำตัวประชาชนของผู้มอบและผู้รับมอบอำนาจมายื่นด้วย

จ่ายเงินอุดหนุนเด็กแรกเกิด 600 บาทเมื่อไหร่?

1.เด็กที่เกิดปีงบประมาณ 2559 จะได้รับเงิน 400 บาทไปจนถึงกันยายน 2559 และเดือนตุลาคมเป็นต้นไปจะได้รับ 600 บาท โดยไม่จ่ายย้อนหลัง ไปจนครบ 3 ปี (36 เดือน)

2.เด็กที่เกิดปีงบประมาณ 2560 จะได้รับเงิน 600 บาท ไปจนครบ 3 ปี (36 เดือน)

ติดต่อได้ที่ กรมกิจการเด็กและเยาวชน ศูนย์ปฏิบัติการโครงการเงินอุดหนุนเพื่อการเลี้ยงดูเด็กแรกเกิด

ที่ตั้ง : อาคารดรุณวิถี ชั้น 1 ภายในบริเวณบ้านราชวิถี ถนน ราชวิถี แขวง ทุ่งพญาไท เขต ราชเทวี กรุงเทพมหานคร 10400

โทร : 02-306-8694 และ 02-306-8697
http://csg.dcy.go.th/index.php/en/

ที่มา: amarinbabyandkids

#มีผลแล้ววันนี้!! เปิดราคาเหล้าเบียร์ บุหรี่ ไวน์นอก แต่ละอย่างปรับขึ้นราคาโหด! งานนี้สิงห์นักดื่มมีกระอัก!!

#มีผลแล้ววันนี้!! เปิดราคาเหล้าเบียร์ บุหรี่ ไวน์นอก แต่ละอย่างปรับขึ้นราคาโหด! งานนี้สิงห์นักดื่มมีกระอัก!!


เมื่อวันที่ 16 ก.ย. นายสมชาย พูลสวัสดิ์ อธิบดีกรมสรรพสามิต ได้ออกมาประกาศขอปรับขึ้นภาษีเหล้า บุหรี่ เนื่องจากอยากสนับสนุนนให้คนไทยลด ละ เลิก หรือลด อบายมุขดังกล่าวให้ได้ โดยมีผลบังคับใช้ในวันที่ 16 ก.ย. 2560 มีผลให้กลุ่มสินค้าบางกลุ่มปรับเปลี่ยนราคาจากเดิม โดยย้ำว่าผู้ประกอบการจะถูกดำเนินการตามกฎหมายหากพบว่ามีการกักตุนสินค้า นำสินค้าในสต๊อกเดิมมาขายในราคาใหม่ที่สูงขึ้นกว่าเดิม ผู้ใดกักตุนสินค้าควบคุม โดยมีสินค้าควบคุมไว้ในครอบครองเกินปริมาณที่กำหนด หรือไม่นำสินค้าควบคุมที่มีไว้ออกจำหน่าย หรือเสนอขายตามปกติ หรือปฏิเสธการจำหน่ายโดยไม่มีเหตุผลอันสมควร มีโทษจำคุกไม่เกิน 7 ปี หรือปรับไม่เกิน 140,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

นายสมชาย กล่าวอีกว่า โดยในส่วนของไวน์นำเข้า หากมีราคาเกิน 1,000 บาท จะมีราคาเพิ่มขึ้นอย่างน้อย 110 บาท ต่อขวด ส่วนไวน์ที่มีราคาต่ำกว่า 1,000 บาท จะมีราคาลดลง 25 บาทต่อขวด ขณะที่ราคาสุรา หากเป็นสุราขาว จะปรับขึ้น 80 สต. – 3.50 บาทต่อขวด ตามขนาดดีกรี แต่หากเป็นสุรากลั่นในประเทศขนาดขวด 700 มิลลิลิตร 28 ดีกรี จะปรับขึ้น 8 -30 บาทต่อขวด สุรากลั่นในประเทศ 40 ดีกรี ปรับขึ้น 30 บาทต่อขวด สุรานำเข้าที่มีราคาสูง ราคาจะปรับลดลง 2-20 บาทต่อขวด

ส่วนเบียร์กระป๋อง จะปรับเพิ่มขึ้น 50 สตางค์ต่อกระป๋อง และแบบขวด จะปรับขึ้น 2 บาทต่อขวดขณะที่ บุหรี่ หากราคาต่ำกว่าซองละ 60 บาท จะจัดเก็บในอัตรา 20 % หรือจะกระทบราคาเพิ่มขึ้นประมาณ 4-15 บาทต่อซอง ส่วนบุหรี่ที่ราคาเกิน 60 บาท จะจัดเก็บภาษีในอัตรา 40 % หรือราคาจะเพิ่มขึ้น 2-14 บาทต่อซอง โดยในช่วง 2 ปี แรกจะจัดเก็บใน 2 อัตรา และหลังจากนั้นจะใช้อัตราที่เท่ากันที่ ร้อยละ 40 เพื่อให้อุตสาหกรรมบุหรี่ได้มีเวลาปรับตัว

ส่วนเครื่องดื่มที่มีน้ำตาลสูง น้ำผัก ผลไม้ เพิ่มขึ้น 0.06-0.54 บาทต่อลิตร ชาเขียวเพิ่มขึ้น 1.13 -2.05 บาท เพิ่มขึ้น 1.35 บาท เครื่องดื่มบำรุงกำลังเพิ่มขึ้น 0.32 -0.90 บาท ยกเว้นขนาด 150 ซีซี ลดลง 0.11 บาท ส่วนน้ำอัดลม เช่นโค้กซีโร่ เป็บซี่ แม็ก ลดลง 0.25 -0.36 บาท ส่วนเครื่องดื่มน้ำอัดลมที่มีความหวานปกติเพิ่มขึ้น 0.13 -0.50 บาท ส่วนเครื่องดื่มที่มีส่วนผสมของน้ำตาลเทียมไท่เกินเกณฑ์ตามที่องค์การอาหารและยา(อย.) กำหนดและหญ้าหวาน ไม่อยู่ในเกณฑ์ที่ต้องเสียภาษี

นายสมชาย กล่าวอีกว่า การเก็บภาษีเครื่องดื่มตามปริมาณความหวานของเครื่องดื่มที่ไม่มีแอลก อฮอล์ก็เพื่อให้ประชาชนได้ตระหนักถึงผลกระทบต่อสุขภาพหากบริโภคเครื่องดื่มดังกล่าวในระยะแรก จะไม่เพิ่มภาระภาษีมากนักแต่หลังจาก 2 ปี ภาระจะเพิ่มขึ้นและปรับภาษีทุก2 ปี จนถึงปี 2566 รวมทั้งจะร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินมาตรการอื่นที่ไม่ใช่มาตรการทางภาษีเพื่อลดการบริโภคเครื่องดื่มที่มีความหวาน ทั้งนี้ก็เพื่อให้เป็นไปตามหลักสากลองค์การอนามัยโลก (WHO)และกระทรวงสาธารณสุข

ที่มา ข่าวสด