ปากเหม็นไม่รู้สาเหตุ อาจเพราะคุณมีก้อนนี้ในปาก !!! มาดูวิธีกำจัดก้อนสีเหลืองเหม็นๆในปากกัน

นิ่วทอนซิล ขี้ทอนซิล ก้อนเหลือง ๆ จาก ต่อมทอนซิล คืออะไร

นิ่วทอนซิล หรือ ขี้ทอนซิล ทุกคนต้องเคยเจอแน่ ๆ ก็ก้อนสีเหลือง ๆ เหม็น ๆ ที่หลุดออกมาจากคอไงล่ะ ว่าแต่เกิดจากอะไรนะ แล้วจะป้องกันได้ไหม คำตอบอยู่ที่นี่แล้ว

กรี๊ด !!!! ก้อนอะไรเนี่ย สีเหลือง ๆ ขาว ๆ หลุดออกมาจากคอเป็นประจำเลย แถมมีกลิ่นเหม็นอีกต่างหาก ฮือ ๆ เราจะเป็นอะไรหรือเปล่า… ทำไมรู้สึกว่าเรามีกลิ่นปาก ทั้ง ๆ ที่ก็แปรงฟันบ้วนปากด้วยน้ำยาฆ่าเชื้อมาอย่างดี โอ๊ะโอ ! ไม่ต้องตกใจหรือวิตกกังวลพร้อม ๆ กับตั้งคำถามมากมายจะทำให้ปวดหัวเปล่า ๆ ค่ะ เพราะเราจะมาเฉลยคำถามที่เชื่อว่าหลายคนอยากรู้ว่าก้อนสีขาว ๆ เหลือง ๆ ที่หลุดออกมาจากคอเรามันคืออะไร อย่ารอช้าเข้าไปหาคำตอบเพื่อสุขภาพที่ดีกันดีกว่าค่ะ…

ก่อนอื่นเรามารู้จัก ทอนซิล” กันก่อน สำหรับ ทอนซิล (Tonsils) คือ ต่อมน้ำเหลืองในทางเดินหายใจ มีหลายตำแหน่ง ได้แก่ สองข้างของลิ้น (palatine tonsil), ด้านหลังจมูก (nasopharyngeal tonsil adenoid), ผนังคอด้านหลัง และโคนลิ้น

ทอนซิลเป็นภูมิคุ้มกันเฉพาะที่ ทำงานโดยการจับเชื้อโรคมาไว้ในหลืบ (Crypt) ที่ด้านข้างของคอ ซึ่งบริเวณนี้อาจมีเศษอาหารเข้าไปติดหรือตกค้างได้ นอกจากนั้นเซลล์ที่ตายแล้วอาจหลุดลอกออกมา แล้วทำให้แบคทีเรีย เม็ดเลือดขาว และเอนไซม์ในน้ำลายเข้าไปย่อยสลายเกิดเป็นสารคล้ายเนยสีเหลืองขาวสะสมอยู่ ในบางคนอาจมีสารแคลเซียมมาเกาะ ทำให้มีลักษณะคล้ายก้อนแคลเซียมอยู่ในร่องของต่อมทอนซิล เรียกว่า ขี้ทอนซิน หรือภาษาทางการแพทย์คือ ทอนซิลโลลิท (Tonsillolith) ทั้งนี้ อาจเรียกได้ว่า นิ่วทอนซิน หรือ Tonsil Stone

และเจ้าขี้ทอนซิลนี่แหละที่อาจก่อให้เกิดความรำคาญกับช่องปาก รู้สึกคล้ายมีอะไรติด ๆ อยู่ในลำคอ ทำให้ต่อมทอนซิลอักเสบ ทำให้มีอาการเจ็บคอเป็น ๆ หาย ๆ ทำให้มีกลิ่นปาก และทำให้มีอาการปวดร้าวไปที่หู หรือไอเรื้อรังได้ในผู้ป่วยบางราย ซึ่งปัญหาดังกล่าวพบในผู้ใหญ่มากกว่าเด็ก

อาการต่อมทอนซิลอักเสบเรื้อรัง มีกลิ่นปาก ก็อาจเกิดจากเศษอาหารซึ่งตกตะกอนกับแคลเซียมในน้ำลาย แล้วไปฝังอยู่ตามร่องของต่อมทอนซิลก็เป็นได้ ถ้าเป็นบ่อย ๆ ก็เป็นสาเหตุทำให้เกิดอาการระคายเคืองคอประจำ

สำหรับต่อมทอนซิลที่อักเสบเรื้อรังถ้าต่อมโตไม่มาก ไม่มีอาการของการอุดตันการหายใจ เช่น นอนกรน นอนหายใจเสียงดัง หรือกลืนลำบาก ก็ยังไม่ต้องผ่าตัดทอนซิล อาจรับประทานยาฆ่าเชื้อแบททีเรีย ซึ่งคลุมเชื้อชนิด ANAEROBE BACTERIA เป็นแบคทีเรียที่ก่อกลิ่นเหม็นต่าง ๆ

แต่ถ้าต่อมทอนซินโตมาก ๆ และมีอาการอุดตันในลำคอ เช่น นอนกรน หายใจดัง กลืนลำบาก มีประวัติเจ็บคอบ่อย ต่อมทอนซิลอักเสบบ่อย ก็อาจจำเป็นต้องผ่าตัดทอนซิลทั้ง 2 ข้าง

การรักษา

การรักษามี 2 วิธี คือ ไม่ผ่าตัดและผ่าตัด

1. ไม่ผ่าตัด อาจหาวิธีป้องกันหรือแก้ไข ได้แก่

การกลั้วคอแรง ๆ หลังรับประทานอาหารด้วยน้ำยากลั้วคอ, น้ำเกลือ หรือน้ำเปล่าธรรมดา
ใช้นิ้วนวดบริเวณใต้คางบริเวณมุมขากรรไกรล่าง (ซึ่งตรงกับบริเวณต่อมทอนซิล) เพื่อให้ก้อนดังกล่าวหลุดออกมา


การใช้ไม้พันสำลี (Cotton bud), ปลายของที่หนีบผม, เครื่องมือที่ใช้เขี่ยขี้หูออก (ear curette), แปรงสีฟัน เขี่ย หรือกดบริเวณต่อมทอนซิล เพื่อเอาก้อนดังกล่าวออก

ใช้ที่พ่นน้ำทำความสะอาดช่องปาก ฟัน และลิ้น (water pick) ฉีดบริเวณต่อมทอนซิล เพื่อให้ก้อนดังกล่าวหลุดออก


ใช้นิ้วล้วงเข้าไปในช่องปาก แล้วกดบริเวณส่วนล่างของต่อมทอนซิล แล้วดันขึ้นบน หรือใช้ลิ้นดัน เพื่อให้ก้อนดังกล่าวหลุดออกมา แต่ถ้าเป็นเยอะ แล้วไม่สามารถล้วงเอาออกมาได้ ก็ต้องไปให้คุณหมอช่วยเอาออกให้

 

2. ผ่าตัด

ได้แก่ ใช้กรด trichloracetic acid หรือเลเซอร์ (laser tonsillotomy) จี้ต่อมทอนซิลเพื่อเปิดขอบร่องของต่อมทอนซิลให้กว้าง ไม่ให้เป็นซอกหลืบ ที่จะเป็นที่สะสมของสิ่งต่าง ๆ ได้อีก ซึ่งสามารถทำได้โดยใช้ยาชาเฉพาะที่

ผ่าตัดต่อมทอนซิลออก (Tonsillectomy) เป็นการรักษาที่หายขาด มักจะทำในกรณีที่ใช้วิธีดังกล่าวข้างต้นแล้วยังไม่ได้ผล หรือต่อมทอนซิลอักเสบมาก ๆ

การป้องกัน
ควรจะหลีกเลี่ยง หรือลดอาหารประเภทโปรตีน แป้ง เพื่อลดปริมาณเศษอาหารที่จะไปตกตะกอนกับน้ำลาย

มาดูวิธีกำจัดก้อนสีเหลืองเหม็น ๆ ในปากกัน (https://pantip.com/topic/32886613)

ก่อนอื่นต้องบอกเลยครับว่า ผมรู้สึกรำคาญใจกับการมีก้อนเหลืองๆเหม็น ๆ ในปาก หรือ ละเอียดกว่า นั้น คือ มี tonsilstone ในซอกทอนซิล ซึ่งทำให้ผมขาดความมั่นใจในกลิ่นปากของตัวเองมาก ไม่ว่าคุณจะแปรงฟันสะอาดแค่ไหน หรือ บ้วนปากด้วยน้ำยาบ้วนปากดีแค่ไหน ก็ไม่ได้ช่วยให้กลิ่นปากคุณสดชื่นได้มากนักหากก้อนนั้นยังอยู่ ดังนั้นวิธีที่ดีที่สุดก็คือ การกำจัดมันซะ แต่จะทำอย่างไรล่ะ

1. กลั้วปากกลั้วคอแรง ๆ หือ กลั้วด้วยน้ำเกลือหรือน้ำโซดา ตามวิธีในเน็ต ผมลองแล้ว tonsilstone ยังฝังแน่น วิธีนี้ไม่ช่วยซักเท่าไหร่

2. วิธีสุดคลาลสิก คือ การใช้ปลายหวีเขี่ย หรือ ใช้ cutton brush เขี่ย วิธีนี้ต้องใช้ความพยายามสูงมาก และเจ็บมาก กว่าจะควาน tonsilstone ออกมาได้ และหากตำแหน่งที่ก้อนนั้นอยู่มันลึกเข้าไปใน หลืบของซอกทอนซิลแล้ว ยากมากที่จะเอาออกมาได้

3. ผ่าตัดเอาต่อมทอนซิลออก วิธีนี้ผมยังไม่ได้ลองครับ

4. วิธีสุดท้าย คือ การใช้น้ำฉีดเข้าไปในซอกทอนชิล ซึ่ง วิธีนี้ ง่ายและสามารถกำจัด tonsilstone ได้รวดเร็วมากๆ มาดูกันครับ

1. เตรียมอุปกรณ์ มี Syringe หรือ ซลิ้ง
2. น้ำ หรือ น้ำโซดา อันนี้ ผมมโนไปเองว่า ใช้โซดาแล้วรู้สึกดี

 

วิธีทำ

1. สูบน้ำหรือโซดาเข้าซลิ้ง
2. ยัดปลายซลิ้งเข้าไปในซอก หรือ รูที่ก้อนเหลือง ๆ มันชอบเข้าไปติด ของผมจะเป็นรู ในรูปที่ปลายนิ้วชี้

3. ฉีดน้ำเข้าไปในรู แล้วท่านจะพบว่า ก้อน tonsilstone ที่ติดในรูมาเป็นพันๆปี มันจะหลุดออกมาอย่างง่ายดายแบบนี้ ท่านพบความอัศจรรย์ว่า มันมีก้อน tonsilstone ซ่อนในปากท่านหลายก้อน

อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมจาก
– si.mahidol.ac.th
– eent.co.th
– followhissteps.com
– bbznet.com

ขอบคุณเจ้าของกระทู้ https://pantip.com/topic/32886613

9 สัญญาณ บ่งบอกว่าร่างกายของคุณ กำลังขาดสารอาหารบางอย่าง

เรียกได้ว่าในวัยเด็ก เรามักจะได้ยินมาว่าการที่เราขาดสารอาหารบางอย่างอาจจะทำให้ร่างกายทำงานไม่ปกติหรือไม่แข็งแรง พอเราโตขึ้นและไม่มีใครมาใส่ใจเรื่องอาหารการกินของเรา ทำให้เรากินตามใจชอบของเราจนหลงลืมสิ่งดีๆเหล่านั้นไป และนี่คือสัญญาณ 9 อย่างที่อาจจะเป็นการเตือนคุณว่า ร่างกายของคุณกำลังอยู่ในสภาวะที่ไม่ปกตินัก ลองไปดูกันว่ามีอะไรบ้างก่อนที่มันจะสายไป

1. อาการท้องผูก

การท้องผูกไม่ใช่เรื่องเล่นๆ หากคุณถ่ายเพียง 3-4 ครั้งต่อสัปดาห์นั่นแสดงว่าคุณเริ่มจะเป็นท้องผูกแล้วล่ะ และมะเร็งลำไส้ใหญ่ก็อาจจะตามมาเร็วๆได้ด้วย แนะนำให้ทานอาหารที่มีกากใยอาหารบ้าง เช่น ผัก ผลไม้ต่างๆ หรือข้าวกล้อง เป็นต้น

2. ร่างกายฟื้นตัวช้าเวลามีแผล

หากร่างกายของคุณฟื้นตัวช้าเวลามีแผลแล้วล่ะก็ แสดงว่าร่างกายของคุณขาดอาหารและพลังงานที่จะไปซ่อมแซมร่างกาย ดังนั้นเราแนะนำว่าให้ทานอาหารในแต่ละวันให้มากขึ้นและทานโปรตีนด้วยล่ะ

3. ผมร่วงบ่อย

การที่ผมคุณร่วงบ่อยๆ ไม่ว่าจะสางผมหรือดึงเบาๆก็หลุดแล้ว แสดงว่าคุณกำลังขาดโปรตีน ให้ทานเนื้อสัตว์บ้าง แต่ถ้าคุณเป็นมังสวิรัติ ก็ให้ทานไข่ นม ถั่ว ให้มากขึ้น

4. เล็บเปราะ หักง่าย

หากเล็บของคุณเปราะและหักได้ง่าย ไม่ใช่สัญญาณที่ดีเท่าไหร่นัก เพราะร่างกายของคุณกำลังขาดแมกนีเซียม ควรทานอาหารที่มีแมกนีเซียมให้มากขึ้นหน่อย อาจจะเป็นอะโวคาโด ธัญพืช หรือกล้วย

5. ริ้วรอยก่อนวัย

หากใบหน้าของคุณเริ่มมีรอยตีนกาให้เห็น คุณอาจจะเริ่มมีอายุมากขึ้น แต่ถ้ามันมาก่อนวัยแสดงว่าคุณต้องหันมาใส่ใจกับการทานอาหารอีกนิด โดยเฉพาะวิตามิน A รวมถึงสารต้านอนุมูลอิสระในอาหารต่างๆ ซึ่งในเน็ตมีเพียบเลยล่ะ ลองหาดูเองนะ

6. มือเย็น

การที่คุณมือเย็นแสดงว่าคุณมีระบบไหลเวียนที่ไม่ค่อยดีเท่าไหร่นัก นอกจากนี้ยังอาจจะหมายความได้ว่าคุณกำลังขาดไอโอดีน สิ่งที่ควรทำคือทานอาหารที่มาจากทะเลบ้างเช่น สาหร่ายทะเล หรือ กุ้ง หรืออาจจะเป็นพวก แครนเบอร์รี่ โยเกิร์ต และหัวมันฝรั่ง ก็ได้เช่นกัน

7. ลิ้นแตก

หากลิ้นของคุณกำลังแตกเป็นเสี่ยงๆ นั่นเป็นสัญญาณที่แย่มากๆ มันกำลังบอกคุณว่าร่างกายขาดวิตามิน B คุณควร ทานปลา ถั่วเหลือง รำข้าว หรืออาหารอื่นๆที่มีวิตามิน B ให้มากขึ้น

8. ผิวแตกแห้ง

การที่ผิวคุณแตกแห้งนั้นเป็นสัญญาณบ่งบอกว่าคุณกำลังขาดวิตามินเอ การทาครีมเป็นการแก้ปัญหาที่ปลายเหตุ คุณควรจะทานผักใบเขียวเข้ม แครอท อาหารที่มีวิตามิน A ให้มากขึ้น

9. ช่องปากมีปัญหา

ถ้าคุณประสบปัญหาฟันผุ แนะนำว่าให้ลดน้ำตาลลง แต่ถ้าฟันของคุณยังดีอยู่แต่กลับมีเลือดออกตามไรฟันไม่ว่าจะตอนอยู่เฉยๆหรือแปรงฟัน แนะนำให้ทานวิตามิน C เพิ่มมากขึ้น

ขอบคุณข้อมูลจาก : nutrition

มะม่วงดองในโอ่งสูตรอากง ทายาทรุ่น 3 พัฒนาคุณภาพ เข็นขึ้นห้าง – ส่งออก คนจีนชอบมาก ทะยานสู่กิจการร้อยล้าน

มะม่วงดองในโอ่งสูตรอากง ทายาทรุ่น 3 พัฒนาคุณภาพ เข็นขึ้นห้าง – ส่งออก คนจีนชอบมาก ทะยานสู่กิจการร้อยล้าน

คุณชัยพร โสธรนพบุตร กรรมการผู้จัดการ บริษัท ผลไม้แปรรูป วรพร จำกัด เจ้าของแบรนด์ “วรพร” เล่าว่า ย้อนไป 60 ปีที่แล้ว อากงชื่อ “ไต่ไห้ แซ่โค้ว” อพยพมาจากเมืองจีน ทำมาหากินที่จังหวัดฉะเชิงเทรา อาม่าเห็นว่าแปดริ้วมีมะม่วงเยอะ เลยเปิดร้านเล็กๆ ขายมะม่วงดองใส่โหลแก้ว สร้างรายได้เลี้ยงครอบครัว พอมารุ่นคุณพ่อ ชื่อ ชัยรัตน์ โสธรนพบุตร อาชีพครูวิชาเคมี ท่านใช้วันหยุดตระเวนส่งมะม่วงดองขายตามร้านขายของฝาก ตามปั๊มน้ำมัน ทำแบบนี้อยู่ 3-4 ปี จนรายได้เสริมมากกว่างานประจำ หนที่สุดพ่อลาออกมาทำธุรกิจมะม่วงแปรรูปเต็มตัว

พ่อคุณแชมป์เป็นครูวิชาเคมี ท่านใช้ความรู้ด้านนี้มาปรับใช้ เป็นสูตรมะม่วงดองรสจัดจ้าน ไม่ต้องจิ้มพริกกะเกลือ ปรับกระบวนการผลิตด้วยการลงทุน 3 ล้านบาท เปิดโรงงานเพื่อขยายพื้นที่และปรับกระบวนการผลิตยกระดับมะม่วงดองเป็นเกรดพรีเมี่ยม ได้การรับรองมาตรฐาน อาทิ GMP, HACCP, CODEX ต่อมา พ.ศ. 2538 จดทะเบียนรูปแบบบริษัท ชื่อ ผลไม้แปรรูป วรพร จำกัด พร้อมกับไปเปิดตลาดที่จีน

เปิดโรงงานยกระดับมะม่วงดองตามรถเข็น สู่ผลไม้แปรรูปเกรดพรีเมี่ยม ตรงนี้เป็นจุดเปลี่ยนทำให้มะม่วงดอง “วรพร” เติบโตแบบก้าวกระโดด

“พ.ศ. 2539 ปรับโฉมการผลิต คุณพ่อลงทุนซื้อมะม่วงมาดองเตรียมไว้ตั้งใจจะขาย 1 ปีเต็ม ทว่าแค่ 3 เดือนกลับขายหมด พร้อมกับไปเปิดตลาดที่จีน ตรงนี้เป็นจุดเปลี่ยนทำให้มะม่วงดองวรพร เติบโตแบบก้าวกระโดด”

สำหรับคุณแชมป์เข้ามาช่วยกิจการครอบครัว พ.ศ. 2552 เขาจบการศึกษาด้านการพัฒนาผลิตภัณฑ์อาหารจากมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ชายหนุ่มพัฒนาสินค้าด้วย “นวัตกรรม” หันมาเจาะกลุ่มคนรุ่นใหม่ พร้อมกระจายสินค้าไปสู่ตลาดโลก

“ผมมองว่า ถ้าจะขายมะม่วงดองแบบเดิมๆ ไม่สามารถจะทำตลาดให้กว้างได้ เลยนำมาบรรจุถุงทำในระบบปิด นับเป็นเจ้าแรกของประเทศ กระทั่ง ร้านเซเว่นอีเลฟ เว่นเห็นว่าสินค้ามีนวัตกรรมเลยติดต่อไปขายในร้าน”

นอกจาก มะม่วงดอง ชายหนุ่มเพิ่มความหลากหลายของเมนูมะม่วง อยากเสิร์ฟความต้อง การทานมะม่วงมากยิ่งขึ้น โดยเปลี่ยนเป็นของทานเล่นที่ชิ้นเล็กลง สวยขึ้น ทานทันที ทั้งมะม่วงกวนซอฟท์แคนดี้ มะม่วงแช่อิ่มแห้ง มะม่วงกวนอบแห้งปรุงรส สายพันธุ์มะม่วงที่ใช้เป็นโชคอนันต์ พิมเสน แก้วเขียว น้ำดอกไม้ แหล่งที่มาของมะม่วง รับซื้อจากแปดริ้วเกือบทั้งหมด ปริมาณที่ใช้ทั้งปีเกือบ 2,000 ตัน

ด้านช่องทางจำหน่าย เจ้าของกิจการระบุว่า ร้านสะดวกซื้อ 7-Eleven ห้างสรรพสินค้า ร้านค้าปลีกอื่นๆ ทางออนไลน์ Facebook พร้อมกับส่งออกไปกว่า 11 ประเทศ อาทิ จีน สิงคโปร์ สหรัฐอเมริกา อังกฤษ ออสเตรเลีย เป็นต้น สร้างยอดขายปีละกว่า 100 ล้านบาท

ปัจจุบัน คนหันมาห่วงสุขภาพมากขึ้น “ของดอง” ได้รับผลกระทบหรือไม่ คุณแชมป์ เผยว่า คนห่วงสุขภาพก็ทานผลิตภัณฑ์ของวรพรได้ ไม่เป็นอันตราย เพราะดองมีคุณภาพ ใช้เวลาดองนาน ไม่ใส่สารเคมีเร่ง คนแพ้ท้องทานได้

ด้านภาพรวมของการเติบโตในธุรกิจ คุณแชมป์ ระบุว่า ธุรกิจเติบโตค่อนข้างสม่ำเสมอ เฉลี่ยโตปีละ 10 เปอร์เซ็นต์

 

อ้างอิงจาก เส้นทางเศรษฐี

ของกิน-ยา ที่ไม่ควรกินร่วมกัน ตามคำแนะนำของแพทย์ !

ของกิน-ยา ที่ไม่ควรกินร่วมกัน ตามคำแนะนำของแพทย์ !

1. กล้วย ควรเลี่ยงกินกล้วย ถ้าคุณกำลังกินยาเกี่ยวกับความดันโลหิตอยู่ เพราะในกล้วยมีโพแทสเซียม ซึ่งจริงๆแล้วโพแทสเซียมก็มีคุณประโยชน์ต่อร่างกาย แต่สำหรับผู้ที่กินยาลดความดันโลหิตในกลุ่มยา ยาแคปโตพริล, ACE inhibitors หรือ Angiotensin receptor blockers ควรหลีกเลี่ยงอาหารที่ให้โพแทสเซียมสูง โดยเฉพาะพืชใบเขียวและส้ม เพราะการกินยาลดความดันกับอาหารที่มีโพแทสเซียมสูงควบคู่กันนั้น จะทำให้ปริมาณโพแทสเซียมในร่างกายเพิ่มสูงขึ้นไปอีก ผลเสียที่จะตามมาคือ ทำให้หัวใจเต้นเร็วและเต้นผิดจังหวะ

2. มะนาว ควรเลี่ยงมะนาว หรือส้มเมื่อคุณต้องกินยาแก้ไอ เนื่องจากผลไม้ที่มีกรดจะเข้าไปรบกวนการทำงานของตัวยา ทำให้เกิดผลข้างเคียงคือ เกิดภาพหลอน หรือเกิดอาการง่วงซึมได้ แต่ผลข้างเคียงที่กล่าวมานั้นจะเกิดขึ้นภายใน 24 ชม. หรือมากกว่า ดังนั้นควรหลีกเลี่ยงตั้งแต่ต้นจะดีกว่า


3. แอลกอฮอล์ ควรเลี่ยงดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เมื่อต้องกินยาแก้แพ้, ยารักษาโรคเบาหวาน และยาแก้ปวดต่างๆ ซึ่งเป็นที่ทราบดีว่าไม่ว่าจะเป็นคุณหมอประเทศไหนๆในโลก ส่วนใหญ่เขาจะไม่แนะนำให้คนไข้กินยาพร้อมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์แน่นอน เพราะทั้งแอลกอฮอล์, พาราเซตามอล, และยาระงับปวดที่มีส่วนผสมของโคเดอีน ล้วนต้องผ่านกระบวนการเผาผลาญโดยตับทั้งหมด และยิ่งถ้ากินยาเหล่านี้พร้อมแอลกอฮอล์แล้ว ตับของเราก็จะทำงานมากขึ้น ผลข้างเคียงที่ตามมาคือ เกิดอาการเซื่องซึม ซ้ำร้ายยังเป็นการทำร้ายตับโดยไม่รู้ตัว


4. กาแฟ ควรเลี่ยงดื่มกาแฟกับยาขยายหลอดลม ที่รักษาอาการหอบหืด ทั้งนี้ยารักษาโรคหอบหืดจะเข้าไปทำให้คนไข้หายใจสะดวกขึ้น ด้วยการเข้าไปผ่อยคลายกล้ามเนื้อปอด พร้อมเปิดช่องรับอาการให้กว้างขึ้น และเมื่อมีคาเฟอีนเข้าไปทำให้เกิดผลข้างเคียงคือ หัวใจเต้นเร็ว, เกิดอาการทางประสาท และไวต่อสิ่งกระตุ้นต่างๆ อีกทั้งคาเฟอีกยังทำให้การทำงานของตัวยาในยามฉุกเฉินไม่เต็มประสิทธิภาพอีกด้วย ดังนั้นควรแจ้งกับแพทย์ด้วยถ้าหากว่าคุณต้องกินยาพวกนี้ และติดดื่มเครื่องดื่มที่มีคาเฟอีน


5. ผักใบเขียว ควรเลี่ยงเมื่อคุณต้องกินยาต้านการแข็งตัวของเลือด ถึงแม้ผักใบเขียวจะมีประโยชน์ต่อร่างกาย แต่เมื่อคนป่วยที่ต้องกินยาต้านการแข็งตัวของเลือดอยู่แล้ว อาจต้องระมัดระวังเรื่องการกินผักใบเขียว เพราะในผักใบเขียวมีวิตามินเค ที่ช่วยทำให้เลือดจับตัวเป็นลิ่ม ดังนั้นการกินผักดังกล่าวในระหว่างที่ต้องกินยาต้านการแข็งตัวของเลือด วิตามินเคในผักจะเข้าไปก่อกวนการทำงานของยา

6. ชะเอมเทศดำ ไม่เหมาะสำหรับผู้ที่กินยาเกี่ยวกับโรคหัวใจ เพราะชะเอมเทศจะเข้าไปลดปริมาณโพแทสเซียมในร่างกาย ซึ่งเป็นอันตรายสำหรับผู้ที่เป็นโรคหัวใจ การที่ร่างกายมีโพแทสเซียมต่ำ ทำให้เกิดผลข้างเคียงเมื่อต้องกินยาจำพวกดิจอกซิน ยาที่ใช้รักษาอาการหัวใจล้มเหลว และหัวใจเต้นผิดจังหวะ


7. นม ไม่ควรดื่มนมควบคู่กับยาปฏิชีวนะ โดยแพทย์แนะนำว่าเมื่อต้องกินยาปฏิชีวนะกลุ่ม tetracycline และ Ciprofloxacin ควรดื่มกับน้ำ 1 ชม.ก่อนมื้ออาหาร หรือ หลังจากมื้ออาหาร 2 ชม. เพราะอาหารหรือนมจะเข้าไปรบกวนการดูดซึมตัวยาเข้าสู่ร่างกาย

8. เกรปฟรุต ควรเลี่ยงกินคู่กับยาลดไขมัน เพราะในเกรปฟรุตมีสารเคมีบางอย่างที่เข้าไปยับยั้งการทำงานของยาลดไขมัน และผลที่ตามมาคือ คนไข้จะเกิดอาการเจ็บหรือปวดกล้ามเนื้อ


9. แซลมอนรมควัน, ซาลามี ไม่เหมาะกินกับผู้ที่กินยารักษาอาการโรคซึมเศร้าอยู่ เพราะอาหารที่กล่าวมาข้างต้นอุดมไปด้วยไทรามีน ซึ่งจะเข้าไปหยุดการทำงานของกรดอะมิโน และเมื่อมีไทรามีนปริมาณสูงในร่างกาย ยังจะทำให้เกิดอาการความดันโลหิตสูงอีกด้วย นอกจากแซลมอนและเนื้อรมควันแล้ว ชีสที่เก็บไว้นานๆ ก็ไม่แนะนำให้กินร่วมกับยารักษาโรคซึมเศร้าด้วยเช่นกัน

 


10. ช็อกโกแลต ควรเลี่ยงกินกับยารักษาโรคสมาธิสั้น เพราะคาเฟอีนในช็อกโกแลตมีผลในการกระตุ้น และเมื่อกินร่วมกับยารักษาโรคสมาธิสั้นอย่าง Ratalin ต้องยิ่งระมัดระวังเพิ่มขึ้น ถึงการดื่มกาแฟ, เครื่องดื่มที่มีคาเฟอีน, หรือแม้แต่ช็อกโกแลตบาร์จะเป็นเรื่องดีก็ตาม แต่กับผู้ป่วยที่กินยารักษาโรคสมาธิสั้นก็ควรหลีกเลี่ยง เพราะผลข้างเคียงที่ตามมานั้นคือ ความกระวนกระวาย, นอนไม่หลับ, และอัตราการเต้นของหัวใจไม่สม่ำเสมอ

อ้างอิงจาก VoiceTV

ไม่มีทุน..ธกส จัดให้ หนุนเกษตรรุ่นใหม่ ให้กู้ได้ “รายละล้าน” (รายละเอียด)

ธ.ก.ส.หนุนสินเชื่อ จัดให้ คนรุ่นใหม่ สนใจอาชีพเกษตร

นายอภิรมย์ สุขประเสริฐ ผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) ได้เปิดเผยว่า เนื่องในวันเกษตรกร ทาง ธกส. มุ่งสร้างความมั่นคงให้กับภาคเกษตรด้วยการสร้างทายาทเกษตรกร โดย ธกส. พร้อมสนับสนุนคนรุ่นใหม่ที่สนใจประกอบอาชีพเกษตร ไม่ว่าจะเป็นทายาทหรือนักศึกษาที่จบใหม่ หรือผู้ผ่านการอบรมจากหน่วยงานหรือองค์กรต่างๆ ทางด้านการเกษตร

ทั้งนี้จะเป็นการเน้นการทำการเกษตรรูปแบบใหม่ ที่พร้อมปรับเปลี่ยนกรรมวิธีการผลิตจากรูปแบบเดิมไปสู่ความยั่งยืน มีการใช้เทคโนโลยีนวัตกรรมในกระบวนการผลิต ทำการผลิตอาหารที่ปลอดภัยต่อผู้บริโภคและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม


โดยธนาคารพร้อมที่จะสนับสนุนเงินกู้ให้กับกลุ่มเป้าหมายข้างต้น รายละไม่เกิน 1 ล้านบาท ด้วยอัตราดอกเบี้ย 7% ต่อปี หรือ 0.59% ต่อเดือน โดยเกษตรกรสามารถกู้เงิน เพื่อเป็นเงินทุนหมุนเวียนหรือเพื่อการลงทุน ซึ่งทางธนาคารตั้งเป้าหมาย “จ่ายเงินสินเชื่อสานฝันเกษตรกรรุ่นใหม่” วงเงิน 5,000 ล้านบาท ตลอดระยะเวลา 3 ปี

อ้างอิงจาก ไทยโพสต์

มหาเศรษฐีไทยใจบุญ บริจาคที่ดินมูลค่ากว่า 6 พันล้านบาท เพื่อเปิดรพ.รักษาผู้ป่วยฟรี !!

มหาเศรษฐีไทยใจบุญ บริจาคที่ดินมูลค่ากว่า 6 พันล้านบาท เพื่อเปิดรพ.รักษาผู้ป่วยฟรี !!

ธานินทร์ พันธ์ประภากิจ ประธานกรรมการบริษัท ทาสของแผ่นดิน จำกัด ผู้เดินตามรอยพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว(ร.๙) ด้วยการดำเนินชีวิตแบบเศรษฐกิจพอเพียง

สุดยอดคนดี!! มหาเศรษฐีไทยใจบุญ บริจาคที่ดินมูลค่ากว่า 6 พันล้านบาท เพื่อเปิดรพ.รักษาผู้ป่วยฟรี !!!!

ในปัจจุบัน อายุเริ่มมากแล้ว เลิกทำทุกอย่าง รับค่าเช่าจากธุรกิจเพียงเท่านั้น หันหน้ามาทำบุญอย่างจริงจัง ตายไปก็เอาไปด้วยไม่ได้บริจาคที่ดิน ซอยสุขุมวิท 24 จำนวน 3 ไร่ 130 ตรว. มีคนมาขอซื้อ 700,000 บาท ต่อ ตรว. หรือ 6,000 ล้านบาท เพื่อก่อตั้งบริษัท ทาสของแผ่นดิน จำกัด เพื่อดำเนินการโรงพยาบาล เพื่อคนจนมารักษาผ่าตัดตาและฟอกไต ฟรีใครขอซื้อก็ไม่ขาย จะให้เป็นทรัพย์สินของแผ่นดิน

เปิดใจครั้งแรก กับธานินทร์ พันธ์ประภากิจ ผู้ถวายท่อนไม้จันทน์หอม สร้างพระโกศสมเด็จย่า และสมเด็จพระพี่นางฯ พร้อมเจริญรอยตามในหลวง ด้วยการเปิดบริษัท ทาสของแผ่นดิน รักษาต้อกระจกฟรีให้กับคนจน ความจงรักภักดี แปลว่า “ความยอมสละตนเพื่อประโยชน์แห่งท่าน” ยอมได้ทั้งนั้น เพื่อมุ่งประโยชน์อันแท้จริงให้มีแก่ชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ ความจงรักภักดีแท้จริงนี้เอง คือความรักชาติซึ่งคนไทยสมัยใหม่พอใจพูดอยู่จนติดปาก แต่จะมีสักกี่คนที่จะทำได้อย่างแท้จริง

ธานินทร์ พันธ์ประภากิจ ประธานกรรมการบริษัท ทาสของแผ่นดิน จำกัด ผู้เดินตามรอยพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ด้วยการดำเนินชีวิตแบบเศรษฐกิจพอเพียง

จะมีคนธรรมดาสามัญสักกี่คน ที่จะมีโอกาสเข้าเฝ้าพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอย่างใกล้ชิด ความประทับใจ แต่พระราชดำรัส “ขอบใจ” ยิ่งทำให้เขามีความสุขจนไม่อาจลืม ชายวัย 51 ปี ชี้ไปยังจดหมายที่ใส่กรอบอย่างดีซึ่งติดบนผนังห้องทำงานอันมีใจความว่า ตามหมายแจ้ง ความประสงค์ถวายท่อนไม้จันทน์หอม เพื่อใช้ในงานพระราชพิธี ถวายพระเพลิงสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี สำนักพระราชวังได้นำถวาย ความกราบบังคมทูล พระกรุณาทราบฝ่าละอองธุลีพระบาทแล้ว ทรงขอบใจ หจก.เอ็ม.เอ.ที. อิ มปอร์ต-เอ็กซปอร์ต …

ศูนย์ผ่าตัดต้อกระจก-ต้อเนื้อ เกิดจากลมหายใจสุดท้ายครั้งหนึ่งเคยถูกลอบยิงเกือบเอาชีวิตไม่รอดต้องรักษาตัวอยู่ที่ ร.พ.กรุงเทพคริสเตียน ในห้องไอซียู นานถึง 45 วัน และต้องทำการผ่าตัดถึง 6 ครั้ง ” เป็นช่วงเวลาที่ได้เห็นคนเสียชีวิตมากมายมหาศาล

สัจธรรมเกิดขึ้นมาทันทีว่า ภาพที่เห็นคนตาย คิดในทางบวกถือเป็นความสุข เพราะไม่ได้นอนกับคนที่ัรักเราอย่างเดียว แต่ได้นอนกับคนที่ต้องตายทุกวัน คิดว่าน้อยคนนักที่จะได้มานอนกับคนตายแบบนี้ ระหว่างที่อยู่ไอซียูยังได้ยินเสียงทุกคนพูดตรงกัน คงอยู่ไม่เกินครึ่งชั่วโมง แต่ครึ่งชั่วโมงนั้นทำให้รอดตายมาได้ นับว่าโชคดีและเป็นบุญอย่างหนึ่ง ถามว่าสะทกสะท้าน กับความตายไหม บอกได้เลยว่าไม่มี เลยได้คารมเด็ดๆในชีวิตว่า ไม่เคืองแค้นน้อยใจในโชคชะตา ไม่เสียดายเวลาถ้าสิ้นไป เพราะว่าไม่มีอะไรจะเสียแล้ว เหตุนี้ ชีวิตที่เหลืออยู่ เขาจึงขอแทนคุณแผ่นดินด้วยการตั้งศูนย์ผ่าตัดต้อกระจกขึ้น เพื่อรักษาผู้ยากไร้ วันนั้นคิดว่า ถ้าผมกลับมาได้จะตอบแทนบุญคุณให้กับ แผ่นดินที่เราอาศัยอยู่ได้ยังไง ถ้าไปกิน-นอนอยู่กับใครสักคนโดยไม่ทำอะไรให้ แต่อยู่อย่างสุขสบายไม่ช่วยเหลือและเกื้อกูล ไม่ทำอะไรให้เลย เขาจะเรียกว่าเนรคุณไหม และถ้าผมอยู่ในแผ่นดินนี้ ไม่ช่วยเหลือแล้ว ยังกอบโกยโกงกินผืนแผ่นดิน เขาจะเรียกผมว่าทรราชของแผ่นดินหรือเปล่า 

เหตุการณ์ในครั้งนั้น ทำให้เข้าใจในความเป็นมนุษย์และบุญคุณที่ต้องทดแทนแผ่นดิน เมื่อปรึกษาหารือกันเป็นที่เรียบร้อยแล้ว จึงสั่งซื้ออุปกรณ์การผ่าตัดดวงตา จากต่างประเทศ และสั่งซื้อรถห้องผ่าตัดเคลื่อนที่หลายสิบล้านบาท โดยเงินทั้งหมดในการซื้อ อุปกรณ์เป็นเงินส่วนตัวของผมที่ได้เก็บสะสมตลอดทั้งชีวิต ผมต้องการช่วยเหลือชาวบ้านผู้ยาก ไร้คนไทยในแผ่นดินด้วยกัน เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว “

โดยมีผู้ป่วยถึง 200 ราย ได้รับการผ่าตัดต้อกระจก และสามารถมองเห็นอีกครั้ง 3 ปีที่ผ่านมาช่วยเหลือผู้ที่เป็นต้อกระจกมองเห็นได้ประมาณ 600,000 ราย

ทุกวันนี้ถามว่าคุณธานินทร์เหนื่อยไหมตอบทันทีว่า ไม่เหนื่อยเลย ผมมาช่วยเหลือชาวบ้าน เพราะผมแบกความจนเอาไว้ การแบกความจนจะทำให้รู้ว่า เกิดเป็นคนอย่าลืมตัว เกิดเป็นวัวอย่าลืมตีน ดังนั้น ถ้าเราแบกความจนเอาไว้จะไม่ลืมความจนเลย วันนี้เราแบกความจนเอาไว้ก็จะพาประชาชนพ้นทุกข์ได้ และหากเราแบกความรวยเอาไว้เมื่อไร เราจะกลายเป็นคนลืมตัว ถ้าตายไปแล้วขึ้นสวรรค์ ขณะเดียวกันก็ยังมีคนยากจนอยู่ในแผ่นนี้ ขอกลับลงมาเกิดในแผ่นนี้ดีกว่า ผมไม่ได้คิดที่จะเปิดศูนย์นี้เท่านั้น แต่มีความตั้งใจจะสร้าง ร.ร.อนุบาลเรารักในหลวง เพื่อต้องการปลูกรากแก้วให้กับเด็กๆ 

ในทุกวันนี้เขาขอเดินรอยตามพรยุคลบาทองค์ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวจนกว่าชีวิตจะหาไม่

ผู้ป่วยโรคต้อกระจกต้องการรักษาฟรี ให้ติดต่อที่โรงพยาบาลบ้านแพ้ว และนายชูศักดิ์ แก้วสุริยอร่าม บริษัท ทาสของแผ่นดิน จำกัด อาคารพระมหากรุณาธิคุณ เลขที่ 98 ซอยสุขุมวิท 24 ถ.สุขุมวิท แขวงคลองตัน เขต คลองเตย กทม. 10110

สอบถามรายระเอียดได้ที่ 02-2629454-5,02-2618213-7

เวลาทำการ วันจันทร์-วันศุกร์ 08.00-17.00 น.

รักษาตาฟรี !! ผ่าตัดต้อกระจก , ต้อเนื้อ ถวายในหลวง โครงการคืนแสงสว่างให้ผู้ป่วยต้อกระจกและต้อเนื้อทุกท่านมารับบริการผ่าตัดต้อกระจกและต้อเนื้อ ฟรี โดยมิต้องเสียค่าใช้จ่ายใดๆทั้งสิ้น

เวลาทำการ วันจันทร์-วันศุกร์ 8.00-17.00 น. เลขที่ 99/359-360 ซอยสุขุมวิท 24 ( เกษม) ถนนสุขุมวิท แขวงคลองตัน เขตคลองเตย กรุงเทพมหานคร 10110 โทร 02 262 9454-5 แฟ็กซ์ 02 262 9454

เอกสารที่ต้องนำมา ให้ถ่ายสำเนาบัตรประจำตัวประชาชนและบัตรทอง อย่างละ 2 ใบ แพทย์จะทำการตรวจคนไข้ใหม่เฉพาะวันพุธและวันศุกร์ กรุณาโทรแจ้งล่วงหน้า

 

ที่มา : https://www.winnews.tv/news/10175

รัฐแจกสวัสดิการคนจน กทม.รับเดือนละ 1,800 บาท ต่างจังหวัด 1,300 บาท

รัฐแจกสวัสดิการคนจน กทม.รับเดือนละ 1,800 บาท ต่างจังหวัด 1,300 บาท

กรมบัญชีกลาง พร้อมจ่ายสวัสดิการผู้มีรายได้น้อย เฉลี่ยกรุงเทพฯ ได้รับเดือนละ 1,800 บาท ส่วนต่างจังหวัด 1,300 บาท ขณะที่กระทรวงพาณิชย์คุมเข้มห้ามนำไปซื้อสุราและบุหรี่

นางสาวสุทธิรัตน์ รัตนโชติ อธิบดีกรมบัญชีกลาง กล่าวว่า โครงการดังกล่าวจะใช้เงินจากกองทุนประชารัฐเพื่อเศรษฐกิจฐานราก วงเงิน 46,000 ล้านบาท โดยเงินสำหรับสวัสดิการคนจน จะตกเดือนละ 3,615 ล้านบาท จ่ายตามการใช้จริง ซึ่งประเมินว่า มีผู้มีสิทธิ์ 11.6 ล้านคน โดยเงินสวัสดิการจะประกอบด้วย ค่ารถเมล์-รถไฟฟ้า 500 บาท/เดือน สำหรับคนจนใน กทม.และปริมณฑล ,ค่าโดยสารรถ บขส. 500 บาท/เดือน , ค่ารถไฟ 500 บาท/เดือน

นอกจากนี้ ยังมีเงินค่าใช้จ่ายในครัวเรือน โดยคนที่มีรายได้ต่ำกว่า 30,000 บาท ได้รับ 300 บาท ส่วนคนรายได้สูงกว่า 30,000 บาท แต่ไม่เกิน 1 แสนบาท ได้รับ 200 บาท/เดือน สามารถนำไปซื้อสินค้าในร้านธงฟ้า หรือ ร้านโชห่วย ที่กระทรวงพาณิชย์กำหนด ผ่านบัตรสวัสดิการฯ ที่จะแจกให้ในวันที่ 21 กันยายนนี้ ยกเว้น การซื้อสุราและบุหรี่ และยังมีส่วนลดการซื้อก๊าซหุงต้มให้อีก 45 บาท/คน/ 3 เดือนด้วย

ซึ่งเฉลี่ยแล้ว คนจนในกรุงเทพฯ จะได้รับเงิน 1,700 -1,800 บาท/เดือน ส่วนคนต่างจังหวัดได้รับ 1,200 – 1,300 บาท/เดือน ซึ่งสาเหตุที่ได้น้อยกว่าคนใน กทม.เพราะไม่ได้รับค่ารถไฟฟ้า แต่หากย้ายเข้ามาอยู่ กทม.สามารถแจ้งขอรับสิทธิ์ กทม.ได้ เริ่มใช้สิทธิ์ 1 ตุลาคม หากใช้ไม่หมดไม่สามารถสะสมไว้ในเดือนถัดไปได้

 

อ้างอิง มติชน

สิ่งที่พระพุทธเจ้าตรัสไว้ บัดนี้นักวิจัยฮาวาร์ดค้นพบมีหลักฐานว่าเป็นจริง ที่สุดฝรั่งเข้าถึงความจริงจนได้..!

สิ่งที่พระพุทธเจ้าตรัสไว้ บัดนี้นักวิจัยฮาวาร์ดค้นพบมีหลักฐานว่าเป็นจริง ที่สุดฝรั่งเข้าถึงความจริงจนได้..!

เมื่อนักวิจัยฝรั่งสามารถอธิบายได้ว่า ชาติหน้ามีจริงนี่คือสิ่งที่ตอกย้ำว่าธรรมในพระพุทธศาสนา ที่พระองค์ตรัสเอาไว้ซึ่งเป็นจริงขึ้นมาแล้ว

ดร.สตีเวนสันชาวแคนาดาได้ทำสำรวจพบว่ามีคนไม่น้อยกว่า ๒,๖๐๐ คนที่ระลึกชาติก่อนได้จริง มีหลักฐานพิสูจน์ด้วย และอย่างใดก็ตามก็มีนักวิจัยชาวอังกฤษและเยอรมันสามารถพิสูจน์ได้ว่าตายแล้วจะไปเกิดใหม่ ที่สำคัญทางฮาวาร์ดก็ได้ยืนยันอีกว่า เมื่อตายไปแล้วต้องไปเกิดแน่นอน

นั้นแสดงให้เห็นว่าขณะนี้พระพุทธศาสนาเริ่มเจริญเข้าไปในหมู่ชาวต่างชาติที่เจริญแล้ว ถึงแม้จะเป็นขั้นต้น แต่ก็แสดงให้เห็นว่า สิ่งที่พระองค์ทรงตรัสไว้คือความเจริญแท้แน่นอน คือความจริงอันสูงสุด และเป็นความจริง

พระพุทธเจ้าทรงเคยตรัสว่าความจริงมีอยู่ ๓ ระดับ

ระดับแรก เห็นได้ด้วยมังสจักษุ

ระดับที่สอง เห็นได้ด้วยทิพยจักษุและ

ระดับที่สาม เห็นได้ด้วยปัญญาจักษุ

หนำซ้ำทรงแนะวิธีเพื่อพัฒนาให้ได้ทั้งทิพยจักษุและปัญญาจักษุด้วย มนุษย์เราโดยทั่วไปยึดถือความจริงอยู่แค่ระดับแรก กล่าวคือติดอยู่แค่เป็นนักประสบการณ์นิยม

ปีที่แล้ว มีนักวิจัยอังกฤษและเยอรมันพิสูจน์ว่าตายแล้วเกิด ล่าสุด ก็มีนักวิจัยจากฮาวาร์ดยืนยันว่าตายแล้วเกิดจริง แสดงว่าสิ่งที่ชาวต่างชาติค้นพบ เริ่มจะเข้าทางพระพุทธศาสนาแล้ว

ถ้าเป็นเช่นนั้นจะต้องเตรียมตัวอย่างไร หากต้องตายในไม่กี่วันข้างหน้า? เป็นประเด็นที่จะต้องคิดกันแล้ว วิสัยทัศน์พระพุทธเจ้าข้ามภพ ข้ามชาติ ถ้าหลงติดอยู่กับความรู้ ที่เชื่อว่าเป็นแค่สมมติบัญญัติ ชีวิตคงจะซวนเซมากกว่าจะเข้าใจธรรม

อ้างอิงจาก Harvard Neurosurgeon Confirms The Afterlife Exists

ไม่ต้องเสียน้ำตาอีกต่อไป !!! มาดูกัน…ทริคง่าย ๆ ปอกหัวหอมยังไง ไม่ให้เสียน้ำตา

ไม่ต้องเสียน้ำตาอีกต่อไป !!! มาดูกัน…ทริคง่าย ๆ ปอกหัวหอมยังไง ไม่ให้เสียน้ำตา

แม้วิธีการปอก สับ หั่นหอมใหญ่ไม่ใช่เรื่องยากมากมายอะไรนักที่ต้องมาใช้ทักษะซับซ้อนอะไรเลย แต่ก็มีคนไม่น้อยที่ไม่ค่อยชอบหยิบหอมใหญ่มาทำอาหารสักเท่าไหร่ เพราะหลายคนมักจะต้องเสียน้ำตาในระหว่างที่หั่นหอมใหญ่เสมอ จากสารซัลเฟอร์ หรือกำมะถันในหอมใหญ่ทำปฏิกิริยากับน้ำหล่อเลี้ยงในตา และทำให้ร่างกายต้องขับน้ำตาออกมา เพื่อชะล้างสิ่งเหล่านั้นออกไป ดังนั้นเพื่อให้ การทำอาหารของคุณง่ายดายและไม่ต้องเสียน้ำตากันอีก เรามาดูกันดีกว่าว่า จะมีวิธีใดที่จะป้อง กันได้บ้าง

1. นำไปแช่ตู้เย็น

นำหอมใหญ่ไปแช่ในตู้เย็นอย่างน้อย 30 นาที ก่อนนำมาปอกเปลือก สับ หรือหั่น เพราะความเย็นจะทำให้ปฏิกิริยาต่าง ๆ นั้นเข้าสู่ตาของคุณได้ช้าลงนั่นเอง

 

2. หั่นในน้ำ

อีกหนึ่งวิธีที่จะทำให้คุณไม่ต้องเสียน้ำตาให้กับหอมใหญ่ก็คือ นำหอมใหญ่ไปหั่นในน้ำ โดยการเปิดน้ำก๊อกให้ไหลผ่านหอมใหญ่ขณะหั่น หรือจุ่มหอมใหญ่ลงไปในน้ำแล้วหั่นเป็นชิ้นเล็ก ๆ ก็ได้ เพราะน้ำจะช่วยละลายซัลเฟอร์หรือกำมะถันที่อยู่ในหอมใหญ่ ก่อนที่สารดังกล่าวจะกระจายเข้าสู่ตา

3. แช่มีดในน้ำก่อนหั่น

มีดที่เหมาะกับการหั่นหอมใหญ่ นอกจากจะเป็นมีดสแตนเลสที่มีความคมแล้ว ควรจะนำมีดเหล่านั้นไปแช่น้ำสะอาดก่อนนำมาหั่นหอมใหญ่ด้วย และหมั่นนำไปมีดไปจุ่มน้ำขณะที่หั่นหอมใหญ่บ่อย ๆ เพื่อให้น้ำเป็นตัวดูดซับสารซัลเฟอร์ หรือกำมะถันเอาไว้ ในขณะเดียวกันมีดที่มีความแหลมคมก็จะช่วยป้องกันไม่ให้หอมใหญ่ช้ำ และทำให้อาการระคายเคืองลดน้อยลงไปด้วย

4. หั่นใกล้ความร้อน

นำเขียงที่ใช้หั่นหอมใหญ่ไปวางเอาไว้ใกล้ ๆ กับบริเวณที่มีความร้อน อย่างเช่น เทียน หรือเตาแก๊ส เพราะความร้อนจากเปลวไฟของเทียนหรือเตาแก๊สจะช่วยดึงดูดสารซัลเฟอร์ออกไปให้พ้นจากดวงตาของคุณ แต่ทั้งนี้ควรจะจัดให้เขียงหั่นวางอยู่ในระยะที่ปลอดภัยไม่ใกล้กับจุดกำเนิดความร้อนมากเกินไปด้วย

5. ขับไล่สารซัลเฟอร์ด้วยพัดลม

สำหรับคนที่ต้องการวิธีที่ง่ายกว่านั้นก็สามารถทำได้เช่นกัน แค่เพียงคุณเปิดพัดลม โดยหันด้านหน้าของใบพัดออกไปจากฝั่งที่คุณยืนอยู่ ซึ่งลมจากพัดลมก็จะช่วยกำจัดสารซัลเฟอร์หรือกำมะถันที่กระจายออกมาจากหอมใหญ่ได้อีกทาง

6. เคี้ยวหมากฝรั่ง

นอกจากนี้การเคี้ยวหมากฝรั่ง เคี้ยวขนมปัง อมลูกอม หรือน้ำตาลแบบก้อน ก็สามารถช่วยลดอาการระคายเคืองในตาที่เกิดจากหอมใหญ่ได้เช่นกัน เพราะในระหว่างนี้คุณจะใช้ปากหายใจแทนจมูก ดังนั้นสารซัลเฟอร์ที่พัดขึ้นมาจากหัวหอมก็จะกระจายเข้าสู่ช่องปาก ก่อนที่จะกระทบตาของคุณ

7. ตัดรากหลังจากหั่นหอมใหญ่เสร็จแล้ว

หากคุณเป็นคนที่ชอบตัดหัว และตัดรากทิ้งควรจะเปลี่ยนวิธีการทำเสียใหม่ โดยหั่นเนื้อหอมใหญ่ก่อน แล้วจึงค่อยมาตัดรากออกในขั้นตอนสุดท้าย เพราะบริเวณใกล้กับรากของหอมใหญ่เป็นจุดที่มีสารซัลเฟอร์สะสมอยู่มากที่สุด

8. ตักรากหอมใหญ่ในน้ำ

นำหอมใหญ่ไปตัดรากในน้ำให้เสร็จเรียบร้อย จากนั้นจึงค่อยนำหอมใหญ่ขึ้นมาจากน้ำ และเอาไปหอกเปลือกหรือหั่นก่อนเอาไปใช้ในการทำอาหาร เพื่อให้น้ำชะล้างเอาซัลเฟอร์ออกไป

9. พรมเขียงด้วยน้ำส้มสายชู

ก่อนที่จะนำหอมใหญ่มาหั่นบนเขียง ควรจะพรมหน้าเขียงด้วยน้ำส้มสายชูผสมเสียก่อน เพราะน้ำส้มสายชูมีฤทธิ์ในการยับยั้งการกระจายตัวของสารซัลเฟอร์ในหอ10.ใช้มีดคมมากๆ หั่นหัวหอม. หัวหอมจะปล่อยเอนไซม์เมื่อเซลล์แตกหรือถูกบีบ ดังนั้นการใช้มีดที่คมหั่นจะช่วยลดการปล่อยเอนไซม์เมื่อเทียบกับการใช้มีดทื่อที่ทำให้เป็นการบี้มากกว่าการหั่น แต่ไม่ว่าคุณจะใช้กลยุทธ์ไหนในการมใหญ่ หรือจะเลือกพรมเขียงด้วยน้ำสายชูเปล่า ๆ ก็ได้ แต่วิธีนี้อาจทำให้รสชาติของหอมใหญ่เปลี่ยนไปเล็กน้อยด้วยเช่นกัน

10. ใช้มีดคมมากๆ หั่นหัวหอม.

หัวหอมจะปล่อยเอนไซม์เมื่อเซลล์แตกหรือถูกบีบ ดังนั้นการใช้มีดที่คมหั่นจะช่วยลดการปล่อยเอนไซม์เมื่อเทียบกับการใช้มีดทื่อที่ทำให้เป็นการบี้มากกว่าการหั่น แต่ไม่ว่าคุณจะใช้กลยุทธ์ไหนในการหั่นหัวหอมก็ควรเลือกใช้มีดคมไว้ก่อนเพราะจะทำให้คุณหั่นได้เร็วขึ้น!

11. หายใจทางปากแล้วแลบลิ้นออกมา.

วิธีนี้จะทำให้ก๊าซไปติดอยู่ที่ลิ้นของคุณแทน ประสาทการรับรู้กลิ่นซึ่งอยู่ใกล้ประสาทต่อมน้ำตาจะปลอดภัยจากก๊าซและไม่เกิดการผลิตน้ำตา คุณสามารถพิสูจน์ได้อย่างง่ายๆ เพียงคุณลืมหายใจทางปากและหายใจทางจมูกแทน คุณจะน้ำตารื้นในทันทีเชียวล่ะ!

12. แช่หัวหอมในน้ำ.

เอนไซม์จะถูกทำให้เสียสภาพด้วยการอยู่ในขอบเขตระหว่างน้ำ-อากาศ แต่อย่าลืมว่าวิธีนี้จะทำให้รสชาติหัวหอมด้อยลงและผิวหัวหอมจะลื่นขึ้น (ทำให้ยิ่งหั่นยากขึ้น) ถ้าคุณไม่มีปัญหากับหัวหอมที่มีรสอ่อนลง ลองใช้วิธีนี้ดูก็ไม่เสียหาย


13. ผิวปากเวลาหั่น.

การผิวปากจะทำให้เกิดกระแสลมที่พัดออกจากหน้า ซึ่งกันก๊าซจากหัวหอมออกจากดวงตาของคุณ ลองเลือกเพลงติดหูสักเพลงที่คุณหยุดผิวปากไม่ได้แล้วคุณหั่นหัวหอมได้มากตามที่คุณต้องการ

14. ทานขนมปัง.

มีหลายคนกล่าวว่าการเคี้ยวจะช่วยลดการเกิดน้ำตาระหว่างหั่นหัวหอม โดยเฉพาะการเคี้ยวขนมปัง ให้เคี้ยวอย่างช้าๆ โดยให้ขนมปังเกยออกมาจากปากเล็กน้อย น้ำลายจะถูกผลิตขึ้นในปากของคุณ ซึ่งอาจทำให้คุณรู้สึกไม่สบายเท่าไหร่แต่ตาของคุณจะไม่ระคายเคือง บ้างก็บอกว่าให้เคี้ยวหมากฝรั่ง แม้ว่าจะไม่มีอะไรมารองรับว่าการเคี้ยวหมากฝรั่งได้ผลแต่ลองดูก็คงไม่เสียหาย

15. ใส่แว่นตากันลม gas-tight หรือหน้ากาก.

ถ้าคุณมีแว่นตาว่ายน้ำหรือแว่นตาเคมีที่แนบใบหน้า วิธีนี้จะเป็นวิธีที่ได้ผลที่สุด ก๊าซหัวหอมจะไม่สามารถทำอะไรตาคุณได้! แต่ถ้าแว่นไม่แนบกับหน้าคุณละก็ จะกลายเป็นว่าคุณเพียงใส่แว่นแปลกๆ หั่นหัวหอมพร้อมกับร้องไห้ไปด้วย และอย่าไว้ใจแว่นตากันลมแบบฟรีไซส์ที่ขายบนอินเตอร์เน็ตเพราะอาจจะใส่ได้ไม่พอดี 100% คุณอาจใช้แว่นตาธรรมดาแทนแต่เชื่อเถอะว่าเปลี่ยนไปใช้วิธีอื่นน่าจะดีกว่า


16. ลองใช้สารละลายกรด.

สารละลายไอออนนิกหรือสารละลายกรดสามารถทำให้เอนไซม์เสียสภาพได้ ต่อไปนี้เป็นสารละลายที่คุณหาได้ตามบ้านเรือน เช่น ราดน้ำส้มสายชูบนเขียง กรดน้ำส้มสายชูจะทำให้เอนไซม์เสียสภาพ หรือแช่หัวหอมในน้ำเกลือ สารละลายไอออนนิกทำให้เอนไซม์เสียสภาพแต่อย่าลืมว่าจะทำให้รสชาติเปลี่ยน

นอกจากวิธีที่เราได้กล่าวไปแล้ว การสวมคอนเทคเลนส์ก็สามารถปกป้องสายตาของคุณจากสารซัลเฟอร์ที่อยู่ในหอมใหญ่ได้เช่นกัน แต่คอนเทคเลนส์มีข้อเสียนิดหน่อยตรงที่ว่า สามารถช่วยปกป้องสายตาได้เฉพาะส่วนที่ถูกปกคลุมด้วยคอนเทคเลนส์เท่านั้น ฉะนั้นผู้ที่สวมคอนเทคเลนส์อาจจะต้องใช้วิธีอื่น ๆ ควบคู่กันไปด้วยนะคะ

อ้างอิง http://th.wikihow.com

บริษัทรับสมัคร “พนักงานปาร์ตี้รอบโลก” แถมเงินเดือนปีละเกือบ 1,000,000 บาท!!

บริษัทรับสมัคร “พนักงานปาร์ตี้รอบโลก” แถมเงินเดือนปีละเกือบ 1,000,000 บาท!!

ลองจินตนาการว่าคุณสามารถที่จะไปเที่ยวที่ไหนก็ได้ ดื่มหนักยังไงก็ได้ ปาร์ตี้วันไหนก็ได้ ที่สำคัญเงินก็ไม่ต้องเสียสักบาทยังได้เงินเดือนอีก คิดดูสิ มันคงจะเจ๋งมากๆ เลยใช่ไหมล่ะ?

 

แต่เลิกจินตนาการกันไปได้เลย เพราะความฝันดังกล่าวมันเกิดขึ้นจริงๆ แล้ว เมื่อบริษัท HenHeaven (https://www.henheaven.co.uk/)เปิดรับสมัครพนักงานไปแจมปาร์ตี้รอบโลก โดยมีเงื่อนไขแค่คุณต้องถ่ายภาพเหตุการณ์ปาร์ตี้ทุกที่ที่คุณไปส่งกลับมา เพียงเท่านี้ทางบริษัทก็จะส่งคุณไปเที่ยวปาร์ตี้รอบโลกแต่ปาร์ตี้ศูนย์กลางปาร์ตี้อย่างลาสเวกัส ไปจนงานเลี้ยงสุดหรูในนอตทิงแฮม รับรองว่าคุณจะได้สัมผัสประสบการณ์สุดเฟี้ยว

นอกจากนั้นทางฝั่ง The Brighton-based company ยังจะเลือกคนโชคดีหนึ่งคนไปเที่ยวอีเว้นท์มากมายตั้งแต่ Mardi Gras ใน New Orleans หรือจะเป็นขี่รถลากเลื่อน ใน Iceland ไม่ก็ตระเวณดื่มตามบาร์ต่างๆ ในเมืองนิวคาสเซิ่ล

แน่นอนว่าทางบริษัทก็จะเป็นสปอนเซอร์รายใหญ่และให้เงินเดือนปีล่ะเกือบ 1 ล้านบาท ที่สำคัญคุณไม่ต้องมานั่งตัดต่อคลิปบ้าอะไรทั้งสิ้น แค่ส่งคลิปปาร์ตี้ที่คุณไปกลับมาก็พอ เอาให้มันดูมันส์ดูสนุกสุดเหวี่ยงเท่านั้น

ส่วนระยะเวลาการทำงานนั้นก็ไม่มากไม่น้อย คิดเป็นระยะเวลา 37.5 ชั่วโมงต่อสัปดาห์เท่านั้น ไงล่ะ ฟังดูสบายเลยใช่ไหมล่ะ

ถ้าใครที่สนใจแล้วอยากจะเข้าร่วมในสายอาชีพนี้ คุณก็แค่ไปเที่ยวปาร์ตี้อะไรก็ได้สักอย่างหนึ่ง จากนั้นก็ถ่ายคลิปปาร์ตี้มันสุดเหวี่ยงของคุณมาพร้อมกับอธิบายถึงเหตุผลว่า ทำไมคุณต้องควรได้งานนี้ภายในคลิปเป็นภาษาอังกฤษ ตัวคลิปจะต้องมีความยาวไม่เกิน 3 นาที

ถ้าใครที่ทำเสร็จแล้วและคิดว่า นี่แหละเจ๋งได้เลือกแน่ๆ ก็ให้ส่งไปที่ HenHeaven (https://www.henheaven.co.uk) ได้เลยจ้า แล้วก็ขอให้โชคดีนะ!!

 

อ้างอิงจาก https://www.henheaven.co.uk