10 คำพูดดีๆ ที่ลูกอยากได้ยินจากพ่อแม่

10 คำพูดดีๆ ที่ลูกอยากได้ยินจากพ่อแม่

คำพูดดี ๆ ลูกอยากได้ยินจากพ่อแม่ เวลาที่ได้ยินคนรอบข้าง หรือคนอื่นที่ไม่เคยรู้กันมาก่อน ที่มาพูดคุยด้วยน้ำเสียง วาจาที่สุภาพอ่อนโยน พอได้ยินได้ฟังก็รู้สึกรื่นหู สบายใจที่จะพูดคุยตอบกลับไปด้วย เด็กๆ ก็ไม่ต่างจากผู้ใหญ่ พวกเขาก็ต้องการได้ยินคำพูดดี ๆ จากพ่อแม่และคนรอบข้างเช่นกัน 

คำพูดดีๆ ลูกอยากได้ยิน จากพ่อแม่ หมายความว่าอย่างไร ?

คำพูดเปรียบได้ดั่งอาวุธที่สามารถทำให้คนที่ได้ยินได้ฟังรู้สึกเจ็บใจ เสียความรู้สึก เสียใจ หรือโกรธเคืองกันก็ได้ ดังนั้นก่อนที่จะพูดอะไรออกจากปากตัวเราเอง จะต้องคิดทบทวนให้ดีว่าคำพูดของเรานั้นเมื่อพูดออกไปแล้วจะไปทำร้ายใครหรือเปล่า ยิ่งโดยเฉพาะกับคำพูดของพ่อแม่ บางครั้งอาจพูดอะไรออกไปแบบไม่ทันได้คิด อาจจะเพราะอารมณ์ชั่ววูบ อารมณ์หงุดหงิด แต่คำพูดที่ไม่ได้คิด ไม่ได้ตั้งใจนั้นอาจไปทำร้ายจิตใจของลูกได้อย่างมาก

ในเด็กเล็กๆ ที่เริ่มกันตั้งแต่ 1- 3 ขวบขึ้นไป เป็นช่วงวัยที่ลูกมีความเข้าใจกับทุกเรื่องได้อย่างดี เด็ก ๆ สามารถจดจำ คำพูด คำสัญญาจากพ่อแม่ และคนรอบข้างได้อย่างดีว่าจะไปไหน หรือให้อะไรกับพวกเขา

ดังนั้น จึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่ลูกจะรู้สึกกับคำพูดของพ่อแม่ ถ้าหากพูดดีนำเสียงอ่อนโยน ลูกก็จะรู้สึกสบายใจ อบอุ่น และปลอดภัยเมื่ออยู่กับพ่อแม่ แต่เมื่อใดคำพูดนั้นเปล่งออกมาด้วยน้ำเสียงตะคอก กระแทกกระทัน น้ำเสียงที่แฝงไปด้วยความโกรธเคือง ความเกลียดชั่ง คำพูดเหล่านี้ถือเป็นยาพิษที่คอยทำร้ายใจลูกให้ชอกช้ำเสียใจเป็นอย่างมาก เพื่อไม่ให้คำพูดของพ่อแม่มาทำร้ายลูกโดยทางอ้อม ควรมีการไตร่ตรอง คิดให้หนักว่าคำพูดใดถ้าพูดออกไปจะมีผลเสียต่อจิตใจของลูกนะคะ

หากคุณพ่อคุณแม่ได้อ่านแล้ว จะต้องคิดทบทวนได้ว่าที่ผ่านมาเราได้ให้คำพูดที่ดีเหล่านี้กับลูกบ้างหรือเปล่า?

1. พ่อกับแม่ “รัก” ลูกมากนะ

แน่นอนว่าลูกคือดวงใจของพ่อแม่ แต่การที่ละเลยคำพูดง่าย ๆ และมีค่าขนาดนี้มันก็เป็นสิ่งผิดพลาดที่ยิ่งใหญ่พอควร เพราะคนหลายคนไม่มีโอกาสที่จะบอกรักลูกในวินาทีสุดท้ายเลยด้วยซ้ำ ในทางกลับกันไม่ว่าจะเป็นลูก หรือ พ่อแม่ รวมไปถึงคนทุกคนก็ควรให้ความสำคัญกับความรักและคำพูดไปพร้อมๆกัน ก่อนที่พ่อแม่จะไม่มีลูกให้บอกรัก หรือลูกบอกรักในวันที่สายเกินไป

 

2. พ่อกับแม่ “ภูมิใจ” ในตัวลูกมาก

 

มันอาจมีบางอย่างที่ลูกทำให้พ่อแม่รู้สึกภูมิใจมากป็นพิเศษ ไม่ว่าจะเป็นการแสดงความเป็นสุภาพบุรษ มีน้ำใจ หรือแสดงความสามารถพิเศษให้เห็นอยู่เสมอ พ่อแม่ทุกคนควรลองนึกดูดีๆว่า จุดเด่นของลูกคืออะไร แล้วสิ่งใดที่ทำให้พ่อแม่ภูมิใจในตัวเขา ก็ใช้ช่วงเวลาดีๆบอกให้ลูกได้รับรู้บ้างว่า “พ่อกับแม่ภูมิใจในตัวลูกมากน้อยแค่ไหน” เพราะคำพูดเพียงไม่กี่คำนี้มันจะเปลี่ยนเป็นพลังและกำลังใจให้ลูกได้อย่าง มหัศจรรย์ทีเดียว

3. พ่อกับแม่ “สนับสนุน” ลูกเสมอ


พ่อแม่ทุกคนควรตระหนักอยู่เสมอว่า “ลูกไม่ใช่เรา เราไม่ใช่ลูก” เพราะฉะนั้นอย่าเอาลูกไปเปรียบเทียบกับตัวเองสมัยเด็ก ๆ บางอย่างที่พ่อแม่ชอบ ลูกอาจไม่ชอบ มุมมองที่ต่างกัน ถ้าไม่เข้าใจกันก็ทำให้มีปัญหากันได้ และถ้าหากเด็กบางคนถูกบังคับมาก ๆ ก็จะรู้สึกว่าเขาไม่มีความเป็นส่วนตัว ไร้อิสระ ท้อแท้ และไม่มีความมั่นใจในตัวเอง ขณะที่บางคนโตมาในครอบครัวนักกฎหมาย แต่ต้องการเป็นนักเขียน หรือบางคนมีความต้องการใช้ชีวิตอย่างที่อยากเป็น ไม่ว่าลูกจะเลือกเป็นอย่างไร หากสิ่งที่เขาตัดสินใจนั้นเป็นสิ่งที่ดี พ่อแม่ก็ควรสนับสนุนพวกเขา เพียงแค่บอกว่า “พ่อกับแม่ยังคงเข้าใจและสนับสนุนลูกทุกเมื่อ ถ้าสิ่งนั้นมันเป็นสิ่งที่ดีและลูกต้องการ”

4. พ่อกับแม่ “เชื่อมั่น” ในตัวลูกเสมอ


ช่วงระยะเวลาหนึ่งโดยเฉพาะเมื่อลูกเริ่มเข้าสู่วัยรุ่น ความเปลี่ยนแปลงหลายๆอย่างอาจเข้ามาจนพ่อแม่ตั้งตัวไม่ติด ลูกอาจสูญเสียความมั่นใจในการตัดสินใจหรือลงมือทำสิ่งใดสิ่งหนึ่ง หากใครเคยเจอปัญหาลูกอยู่ในช่วงสับสนแบบนี้ ลองถามตัวเองดูว่า เคยสละเวลาบอกลูกบ้างหรือไม่ว่า “พ่อกับแม่เชื่อมั่นในตัวลูกมากน้อยแค่ไหน ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น พ่อและแม่ก็จะอยู่ข้างลูกเสมอ”

5. พ่อกับแม่ “ขอโทษ”

บางครั้งการขอโทษมันอาจจะเป็นสิ่งที่ยากที่สุดที่จะพูด แล้วยิ่งคนส่วนใหญ่มักให้ความสำคัญกับความเป็นพ่อและแม่ค่อนข้างสูง ดังนั้น หากพ่อแม่ทำผิด ก็จะคิดกันแต่เพียงว่า พ่อแม่ไม่ควรที่จะขอโทษลูก ยิ่งคนเป็นพ่อด้วยแล้ว อาจจะยากขึ้นไปอีกที่จะกล่าวคำว่า “ขอโทษ” กับลูก คำขอโทษจากพ่อแม่นั้น ลูก ๆ เองก็ควรมีเหตุผลและรู้จักบาปบุญคุณ โทษด้วย เพราะลูกไม่มีสิทธิ์ที่จะขึ้นเสียงหรือออกคำสั่งกับพ่อแม่ ซึ่งการที่พ่อแม่กล่าวคำขอโทษกับลูกเมื่อทำผิดพลาดนั้นไม่ได้หมายความว่า ลูกจะดูถูกความเป็นพ่อเป็นแม่ ในทางกลับกันการที่พ่อแม่ยอมรับและกล้าขอโทษนั้น มันยังทำให้ทุกคนเรียนรู้ที่จะเคารพตัวเองเพราะกล้าที่จะยอมรับในสิ่งที่ทำ ลงไป อีกทั้งยังเคารพความรู้สึกของผู้อื่นด้วย

6. ลูกเป็น “เด็กดี” ของพ่อกับแม่

 

พ่อแม่ทุกคนควรทำความเข้าใจธรรมชาติของเด็กก่อนว่า เด็กทุกคนอยากได้รับคำชมเชยและได้ยินคำยืนยันจากพ่อแม่อีกสักครั้งว่า เขาเป็นลูกที่ดีพอหรือไม่ ซึ่งหากลูกเป็นเด็กดี มีน้ำใจ น่ารักกับทุกคน พ่อแม่ก็ควรชมเชยลูกบ้างว่า “ลูกเป็นเด็กดีของพ่อและแม่มาก” เพราะการที่เขาได้ยินคำพูดเหล่านี้ มันจะทำให้ลูกเห็นคุณค่าในตัวเองมากขึ้นและเป็นการสร้างความสัมพันธ์ที่ดีใน ครอบครัวอีกด้วย

7. แม้เลิกกัน แต่ลูกไม่ต้องเลือกรัก

ข้อนี้จะดีสำหรับครอบครัวที่พ่อแม่มีเหตุที่ต้องเลิกลากันไป ทำให้เด็กตกอยู่ในภาวะสับสน เลือกว่าจะต้องอยู่กับใคร ซึ่งในระหว่างช่วงเวลาสับสนกับการเลือกฝั่งของพ่อและแม่แล้ว ลูกบางคนที่ตกอยู่ในเหตุการณ์แบบนั้นอาจจะต้องเลือกด้วยว่าจะรักใคร ซึ่งพ่อแม่ส่วนใหญ่มักจะกีดกันลูกไม่ให้เด็กพบอีกฝ่ายหนึ่ง เช่น หากลูกอยู่กับแม่ แม่มักจะสอนให้รักแม่ แต่เกลียดพ่อ หรือหากอยู่กับพ่อก็ต้องรักพ่อและเกลียดแม่เป็นต้น ดังนั้น ไม่ว่าจะเป็นพ่อหรือแม่ แม้ ในที่สุดจะไม่ได้อยู่ด้วยกัน แต่ก็ไม่ควรบังคับลูกให้รักใครคนใดคนหนึ่งเท่านั้น เพราะยังไงพ่อกับแม่ก็คือบุคคลที่สำคัญที่สุดในชีวิตของเขา

8. พ่อกับแม่ “ยอมรับ” ในสิ่งที่ลูกเป็น

เมื่อลูกเริ่มโตขึ้นมากเท่าไหร่ เขายิ่งต้องการการยอมรับจากพ่อและแม่มากขึ้นเท่านั้น ในความเป็นจริงแล้วลูกมักจะพยายามทำทุกอย่างเพื่อให้พ่อแม่ยอมรับในตัวเขา ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการตัดสินใจในความรักวัยเด็ก หรือการกระทำต่าง ๆ ที่ลูกอาจมีพฤติกรรมเบี่ยงเบน แม้พ่อแม่จะอยู่คอยดูอยู่ห่าง ๆ และการที่ลูกรู้ว่าพ่อแม่ยอมรับในสิ่งที่ลูกเป็น และเลือกแล้วนั้น แสดงให้เห็นว่าพ่อแม่ไม่ได้ละเลยแต่อย่างใด อีกทั้งยังคงรักและเข้าใจอยู่เสมอด้วย เพียงแค่พ่อแม่บอกกับลูกว่า “พ่อแม่เข้าใจและยอมรับลูกเสมอ ไม่ว่าลูกจะเป็นอย่างไรก็ตาม”

9. พ่อกับแม่ “ไม่ได้หมายความว่าอย่างนั้น” นะลูก

บางครั้งพ่อแม่อาจจะพูดอะไรบางอย่างที่ลูกฟังแล้วรู้สึกเสียใจกับคำพูดเหล่านั้น ทั้ง ๆ ที่ในความเป็นจริงแล้ว พ่อแม่อาจพูดไปโดยที่ไม่ได้คิดว่าลูกจะเสียใจกับสิ่งที่พูดออกไป หากพ่อแม่ทราบว่าลูกเสียใจกับสิ่งที่ ๆได้พูดออกไป ก็ควรอธิบายให้เขาเข้าใจว่าหมาย ความว่าอย่างไรกันแน่ อย่าให้ลูกเข้าใจผิด ๆ แต่ทางที่ดีก็ควรพูดจาให้ชัดเจนตั้งแต่แรกจะดีกว่า

10. ลูกคือ “คนสำคัญ”ของพ่อกับแม่

ข้อนี้ควรเป็นคำพูดที่สำคัญอันดับแรก ๆ เมื่อในความเป็นจริงแล้ว ลูกคือคนสำคัญและคนพิเศษสำหรับพ่อแม่ แต่จะมีสักกี่ครั้งที่พ่อแม่ได้บอกให้ลูกรับรู้จากปากของพ่อแม่เองบ้าง เชื่อเถอะว่าหากได้พูดให้ลูกรู้ สิ่งที่จะได้กลับมานั้นมันย่อมมีค่ามหาศาลมากกว่าเป็นไหนๆ เพราะนั่นคือสายใยความรักระหว่างพ่อ แม่ และลูก

คำพูดที่ดีก็คือน้ำทิพย์ น้ำวิเศษ ที่คอยช่วยลดบำรุงใจลูกให้แข็งแกร่ง และรู้สึกอบอุ่นปลอดภัย ที่ได้ยินคำพูดดีๆ จากพ่อแม่ ลูกจะรู้สึกว่าเขาเป็นคนพิเศษของพ่อแม่ตลอดเวลา และผลพลอยได้คือ ลูกจะกลายเป็นเด็กที่ว่านอนสอนง่าย เชื่อฟังพ่อแม่ ไม่ดื้อ ไม่เกเร คุณพ่อคุณแม่พอจะเห็นถึงข้อดีในการใช้คำพูดที่ดีกับลูกขึ้นมาบ้างแล้วใช่ไหมคะ ฉะนั้นเย็นกลับถึงบ้านก็ขอให้มอบทั้งอ้อมกอดที่อบอุ่น และคำพูดดีๆ รดใจให้กับลูก …ด้วยความห่วงใยค่ะ

ขอบคุณข้อมูลจาก www.pattanakit.net

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *