Home สาระน่ารู้ สีของปัสสาวะบอกโรคได้!

สีของปัสสาวะบอกโรคได้!

2 second read
0
0
0

สีของปัสสาวะบอกโรคได้!

ปัสสาวะของคนปกติ

ผู้ใหญ่ที่แข็งแรงจำนวนครั้งของการปัสสาวะ ตอนกลางวัน ประมาณ 4-6 ครั้ง ปัสสาวะกลางคืน หลังนอนหลับ 0-1 ครั้ง สีของปัสสาวะ เหลืองอ่อนใส ปัสสาวะคล่องไม่ติดขัด ทั้งนี้ปัสสาวะที่ปกติสามารถ สะท้อนภาวะของสารน้ำและระบบการทำงานของอวัยวะภายในที่สำคัญของร่างกาย อย่างไรก็ตาม ปริมาณปัสสาวะจำนวนครั้งของการปัสสาวะ ยังแปรเปลี่ยนตามจำนวนน้ำที่ดื่ม อุณหภูมิ ของอากาศภายนอก ปริมาณ เหงื่อที่ออก และอายุ

ความผิดปกติของปัสสาวะในความหมายของแพทย์แผนจีน

แพทย์แผนปัจจุบัน บอกความผิดปกติของปัสสาวะมักเน้นหนักไปที่การดูส่วนประกอบในรายละเอียดทางเคมี และการตรวจพบสิ่งตรวจพบจากกล้องจุลทรรศน์ เช่น บอกภาวะของความต่างจำเพาะ ภาวะเป็นกรดด่าง การมีปริมาณกลูโคส โปรตีน ยูเรีย เซลล์เม็ดเลือดแดง เซลล์เม็ดเลือดขาว เป็นต้น

แพทย์แผนจีนไม่มีเครื่องไม้เครื่องมือ อาศัยการดูสี ดูปริมาณ ถามความถี่บ่อยของการปัสสาวะ ความรู้สึกในการถ่าย ดมกลิ่นของปัสสาวะ เพื่อบอกความผิดปกติ ไม่สามารถบอกรายละเอียดที่ชัดเจน

ความผิดปกติพิจารณา 5 ด้าน คือ
1. ปริมาณ
2. ความถี่ หรือจำนวนครั้งของการปัสสาวะ
3. สีของปัสสาวะ
4. ความรู้สึกผิดปกติขณะปัสสาวะ
5. กลิ่นของปัสสาวะ

ความผิดปกติของปริมาณปัสสาวะ

  • ปริมาณปัสสาวะมากเกินไป บ่งบอกถึง พลังของไต หรือหยางของไตพร่อง ทำให้การดึงกลับของน้ำลดลง
  • ถ้าปัสสาวะมากและใส ร่วมกับมือเท้าเย็นกลัวหนาว บ่งบอกว่า ไตหยางพร่อง
  • ถ้ากระหายน้ำ คอแห้งถึง จุก ปัสสาวะมาก บ่งบอกถึงโรค เซียวเข่อ (เบาหวาน) ที่มีผลต่อการทำงานของไต (เซี่ยเจียว) เป็นภาวะไตยินพร่อง
  • ปริมาณปัสสาวะน้อยไป บ่งบอกถึง ภาวะของร่างกายมีความร้อนภายในมาก ภาวะการสูญเสียสารน้ำในร่างกาย เช่น ท้องเสีย อาเจียน เหงื่อ ออกมาก ภาวะของอวัยวะภายในปอด ม้าม ไต อ่อนแอ พลังหยาง ของอวัยวะภายในเหล่านี้ไม่สามารถทำให้เกิดปัสสาวะได้ (ภาวะช็อก เนื่องจากขาดเลือดที่มาหล่อเลี้ยงไต)

ความผิดปกติของความถี่ในการปัสสาวะ

  • ปัสสาวะเข้ม (เหลืองน้ำตาล) ร่วมกับอาการปวดเบ่ง ปวดบ่อยๆ บ่งบอก ภาวะร้อนชื้นของกระเพาะปัสสาวะ (กระเพาะปัสสาวะอักเสบ)
  • ปัสสาวะใส ปัสสาวะถี่บ่งบอก พลังไตไม่พอขาดแรงพยุงดึงรั้งปัสสาวะ
  • ปัสสาวะตอนกลางคืน ปริมาณมาก ใส บ่อย บ่งบอก ภาวะ ไตวายระยะท้าย หรือคนสูงอายุ (พลังไตอ่อนแอ) ไตทำหน้าที่ในการดึงกลับสารน้ำไม่ได้
  • ปัสสาวะบ่อย ปริมาณน้อย ติดขัด บ่งบอกภาวะอุดกั้นทางเดินปัสสาวะ ซึ่งอาจเกิดจากความร้อนชื้น เลือดอุดกั้น หรือคนสูงอายุ (ต่อมลูกหมากโต) เนื่องจากพลัง หยางของไตอ่อนแอ

ความรู้สึกผิดปกติขณะปัสสาวะ

  • ปวดขณะปัสสาวะ ลักษณะปวดเบ่ง ปวดแสบ ปัสสาวะลำบาก บ่งบอกภาวะร้อนชื้นของกระเพาะปัสสาวะ (กระเพาะปัสสาวะอักเสบ)
  • ปวดแบบกลวงๆ ว่างเปล่า ภายหลังการถ่ายปัสสาวะ บ่งบอก ภาวะไตพร่อง (พบในคนสูงอายุ)
  • ปัสสาวะหยดไม่ค่อยหยุด หลังจากปัสสาวะแล้ว บ่งบอก ไตอ่อนแอ
  • กลั้นปัสสาวะไม่อยู่ บ่งบอกภาวะพลังไตไม่สามารถดึงรั้งปัสสาวะได้ ถ้าพบในรายหมดสติ บ่งบอกภาวะช็อก หรือโคม่า
  • ปัสสาวะรดที่นอน บ่งบอกภาวะไตอ่อนแอ เช่น ในเด็กเล็กอายุต่ำกว่า 3 ขวบ หรือผู้ป่วยที่ร่างกาย สูญเสียพลังพื้นฐานอย่างรุนแรง
    กลิ่นของปัสสาวะปกติ ปัสสาวะจะมีภาวะเป็นกรด ไม่มีกลิ่นชัดเจน ถ้าทิ้งไว้นาน สารยูเรียในปัสสาวะจะเปลี่ยน เป็นแอมโมเนีย

กลิ่นปัสสาวะผิดปกติแบ่งเป็น 4 ประเภท

  • กลิ่นคาวปลา มักเกี่ยวกับปัสสาวะที่ใส ถ้ามีอาการกลัวหนาว มือเท้าเย็น บ่งบอกภาวะหลังไตพร่อง
  • กลิ่นสาบ มักเกี่ยวกับปัสสาวะเหลืองข้น ปัสสาวะขัด ปัสสาวะปวดเบ่ง บ่งบอกภาวะร้อนชื้ของกระเพาะปัสสาวะ (กระเพาะปัส-สาวะอักเสบ)
  • กลิ่นเหม็นเน่า ปัสสาวะมักขุ่นมีเลือดปน มักเกิดจากเนื้องอก กระเพาะปัสสาวะที่มีการอักเสบร่วม
  • กลิ่นแอปเปิ้ลเน่า มักพบในผู้ป่วยเบาหวานรุนแรง หรือไตวาย

สรุป

ปัสสาวะเป็นผลจากการทำหน้าที่ของไตในการผ่านทางขับถ่ายสารของเสียที่ไม่ต้องการ หรือส่วนเกินสารน้ำของร่างกายการที่ปัสสาวะเข้มหรือจางเกินไปมากหรือน้อยเกินไป ขุ่นข้น สีผิดปกติ มีกลิ่นผิดปกติ แพทย์แผนจีนบอกได้ในด้านกว้างๆ ว่าเป็นเพราะมีความเย็น ความร้อน ความชื้น หรือ เป็นเพราะระบบสมดุลของอวัยวะภายในส่วนใดพร่อง โดยเฉพาะของไต ม้าม หรือปอด

แพทย์แผนปัจจุบันให้รายละเอียดของความผิดปกติที่ชัดเจนกว่า บอกถึงภาวะการติดเชื้อ ตำแหน่งของเลือดที่ออก ความผิดปกติของไตชนิดต่างๆ เป็นต้น ซึ่งให้รายละเอียดมากขึ้น เช่น ภาวะร้อนชื้นของกระเพาะปัสสาวะ หมายถึง ภาวะอักเสบ

ความผิดปกติของสีปัสสาวะ

  • สีปกติ คือ เหลืองอ่อนใส ไม่มีตะกอนหรือความขุ่นข้น
  • ปัสสาวะสีเหลือง หมายถึง ร้อนแกร่ง
  • ปัสสาวะสีใส หมายถึง เย็นพร่อง (เบาจืด ไตวาย ไตพร่อง)
  • ปัสสาวะขุ่น หมายถึง ความชื้น (เบาหวาน โปรตีนมาก)
  • ปัสสาวะสีแดง หมายถึง ความร้อน (การอักเสบ) ทำลายหลอดเลือด (เลือดออกทางเดินปัสสาวะ)
  • ปัสสาวะขุ่นขาวมีปริมาณมาก ผู้ป่วยกระหายน้ำ กินจุ บ่งบอกโรคเซียวเข่อ (เบาหวาน)
  • ปัสสาวะสีเหลืองเข้มขณะมีไข้ตัวร้อน ถ้าหากสีปัสสาวะเปลี่ยนเป็นสีใสขึ้นแสดงว่าความร้อนลดถอยลง อาการของโรคเริ่มดีขึ้น ถ้าปัสสาวะสีเหลืองเข้มร่วมกับมีอาการตัวเหลือง ตาเหลือง บ่งบอก ภาวะดีซ่าน

นอกจากนี้ สีของปัสสาวะยังขึ้นกับอาหารหรือยาที่กินเข้าไปด้วย จึงต้องแยกแยะความผิดปกติและถามประวัติอื่นประกอบ เช่น ปัสสาวะสีฟ้าหรือสีเขียว

ที่มา …. หมอชาวบ้าน

Load More Related Articles
Load More By adminupen
Load More In สาระน่ารู้

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *

Check Also

#ทำอยู่ เลิกด่วน สิ่งที่ห้ามทำตอนสระผม ก่อนที่ผมเราจะร่วง เรื่องใกล้ตัวที่เรามองข้าม

#ทำอยู่ เลิกด่วน สิ่งที่ห้ามทำตอนสระผม ก่อนที่ผมเราจะร่ … …