Home สาระน่ารู้ สมุนไพรลดน้ำตาล รักษาเบาหวาน บำรุงสุขภาพได้อย่างดีเยี่ยม !

สมุนไพรลดน้ำตาล รักษาเบาหวาน บำรุงสุขภาพได้อย่างดีเยี่ยม !

2 second read
0
0
78

สมุนไพรลดน้ำตาล รักษาเบาหวาน บำรุงสุขภาพได้อย่างดีเยี่ยม !

โรคเบาหวาน เป็นโรคที่อยู่ใกล้ตัวคนเราอย่างมาก หลายคนเป็นโรคเบาหวานแต่อาจจะยังไม่รู้ตัวก็มี เพราะโรคนี้เมื่อเป็นแล้วไม่ได้แสดงอาการใดๆ รุนแรงเท่าโรคร้ายแรงอื่นๆ ทำให้หลายคนละเลยใส่ใจสุขภาพ จนนำมาสู่การเป็นโรคเบาหวานได้ง่าย โรคนี้เกิดจากพฤติกรรมการรับประทานอาหารที่ผิดวิธี ทำให้เกิดความผิดปกติกับร่างกาย บวกกับพันธุกรรม (ในบางราย) จนกลายมาเป็นโรคเบาหวานในที่สุด

นอกจากการใช้ยารักษาโรคเบาหวานแล้ว เรายังสามารถใช้ สมุนไพรไทยแก้เบาหวาน เพื่อช่วย ลดระดับน้ำตาลในเลือด ได้อีกด้วย มาดูกันดีกว่านะคะว่า สมุนไพรไทยแก้เบาหวานมีอะไรบ้าง?

1. มะระขี้นก

สมุนไพรไทยชนิดหนึ่งที่ขึ้นชื่อในด้านการรักษาโรคเบาหวาน ลดระดับน้ำตาลในเลือด เป็นสมุนไพรที่เหมาะกับผู้ป่วยเบาหวานอย่างแท้จริง ในมะระขี้นกนั้นเต็มไปด้วยสารซาเรนติน มีฤทธิ์ในการลดระดับน้ำตาลในเลือด บรรเทาอาการโรคเบาหวาน

เพิ่มการหลั่งอินซูลินจากตับอ่อน และยังช่วยเพิ่มความทนทานต่อกลูโคสของร่างกาย ช่วยเร่งการเผาผลาญน้ำตาลในเลือด

ในมะระขี้นก ยังช่วยยับยั้งเอนไซม์แอลฟากลูโคซิเดส อันเป็นสาเหตุของโรคเบาหวาน การรับประทานมะระขี้นกเป็นประจำ จะช่วยชะลอความผิดปกติของไตและความเสื่อมสภาพของเส้นประสาทในร่างกายที่เกิดจากระดับน้ำตาลในเลือดสูงสะสมเป็นเวลานาน

นอกจากนั้น มะระขี้นกยังมีสรรพคุณชะลอการเกิดโรคต้อกระจกในผู้ป่วยเบาหวานด้วย มะระขี้นกสามารถนำมาทานสด ๆ หรือใช้เป็นเครื่องเคียงจิ้มน้ำพริกก็ได้ ผู้ป่วยเบาหวานลองหามาทานกันดู จะช่วยทำให้อาการเบาหวานที่เป็นอยู่ดีขึ้นมาก

วิธีทำเป็นยา

  1. ให้นำผลมะระขี้นกสด 8 – 10 ผล ผ่าเอาเมล็ดด้านในออกให้หมด หั่นเป็นชิ้นเล็ก ๆ ใส่ลงไปในเครื่องปั่นเติมน้ำลงไปเล็กน้อย
  2. จากนั้นปั่นแล้วคั้นเอาแต่น้ำมาดื่มปริมาณ 100 ลิตร สามารถดื่มได้ทั้งกากเลยก็ได้ ให้ดื่มวันละ 3 ครั้ง การทำชาจากมะระขี้นก

วิธีทำเป็นชา

  1. ให้นำเนื้อจากผลมะระขี้นกผลเล็ก จะมีตัวยาอยู่มาก นำมาผ่าเอาแต่เนื้อชิ้นเล็ก ๆ ไปตากแดดให้แห้ง
  2. แล้วจึงนำมาบดให้เป็นผง แล้วนำมาชงดื่มกับน้ำอุ่น ให้ใช้มะระขี้นก 1 – 2 ชิ้นต่อน้ำอุ่น 1 แก้ว ดื่มครั้งละ 2 ถ้วย วันละ 3 ครั้ง
  3. สามารถนำมาใส่กระติกน้ำ แล้วดื่มแทนการดื่มน้ำเปล่า ภายในระยะเวลา 1 เดือน จะเห็นผลว่าระดับน้ำตาลในเลือดลดลงอย่างเห็นได้ชัด

2. ชะพลู

ชะพลูเป็นผักพื้นบ้านชนิดหนึ่ง ที่คนไทยนิยมนำมาทานสด โดยมีความเชื่อว่าชะพลูมีสรรพคุณในการย่อยอาหารและบำรุงธาตุ

สำหรับชาวอีสานยังมีความเชื่อว่า ชะพลูมีสรรพคุณในการแก้พิษหอย จึงนำมาประกอบอาหารประเภทแกงกะทิใส่ใบชะพลู

ชะพลูสามารถใช้เป็นยาแก้โรคเบาหวานได้ โดยการนำชะพลูมาต้มดื่มเพื่อแก้โรคเบาหวาน จากการทดลองพบว่า ชะพลูช่วยลดระดับน้ำตาลได้เป็นอย่างดี แต่ไม่มีผลสำหรับผู้ที่มีร่างกายแข็งแรงตามปกติ จึงเหมาะอย่างยิ่ง สำหรับการนำมาประกอบอาหารสำหรับผู้ป่วยเบาหวาน

นอกจากนี้ ชะพลูยังมีสารต้านอนุมูลอิสระสูง มีปริมาณแคลเซียม วิตามินเอและซีสูงด้วยเช่นกัน จึงเป็นสมุนไพรที่สามารถนำมาต้นรับประทานแทนชา ในผู้ป่วยที่เป็นโรคเบาหวาน และยังสามารถนำไปประกอบอาหารได้หลากหลายเมนู

วิธีใช้

  1. ให้นำใบชะพลูทั้ง 5 ใช้ตั้งแต่ต้นจนถึงราก ปริมาณ 1 กำมือ ต้มกับน้ำเปล่า 3 ขัน แล้วเคี้ยวจนเหลือ 1 ขัน
  2. จากนั้นจึงนำมาดื่มครั้งละครึ่งแก้ว ดื่มก่อนอาหาร 3 มื้อ สมุนไพรชนิดนี้มีสรรพคุณในการลดระดับน้ำตาลโดยตรง

ผู้ป่วยโรคเบาหวานควรหามาทานเพื่อบรรเทาอาการของโรคเบาหวานที่เป็นอยู่ได้เป็นอย่างดี

3. กะเพรา

กะเพราก็เป็นสมุนไพรที่มีคุณสมบัติทางยาในการรักษาโรคเบาหวานได้ กะเพรานั้นมีสรรพคุณที่หลากหลาย เช่น ใช้เป็นยารักษาโรคเบาหวาน แก้ท้องผูก ท้องเสีย แก้หืดหอบ แก้ไอ ส่งผลดีต่อโรคหัวใจและหลอดเลือด

นอกจากนี้ ยังมีคุณสมบัติในการลดความเครียดได้เป็นอย่างดี ในปัจจุบันได้มีการศึกษากันอย่างจริงจังเกี่ยวกับกระเพรา ในด้านการกระตุ้นระบบภูมิคุ้มกันให้แก่ร่างกาย รักษาโรคหอบหืดและรักษาโรคมะเร็งได้ เป็นพืชที่มีสารต้านอนุมูลอิสระสูง ช่วยลดระดับคอเลสเตอรอล มีตัวยาที่ช่วยลดระดับน้ำตาลในเลือดได้อีกด้วย

จากการศึกษาพบว่า ใบกะเพราะจะช่วยทำให้เซลล์ตับอ่อนมีความสามารถผลิตอินซูลินได้มากขึ้นและจากการศึกษาวิจัยการใช้ใบกะเพราในการรักษาผู้ป่วยเบาหวาน โดยให้ผู้ป่วยทานผลกะเพราวันละ 2.5 กรัมเป็นเวลา 4 สัปดาห์ จะสามารถช่วยลดระดับน้ำตาลในเลือดลงได้

แต่การรักษาด้วยใบกะเพราะนี้เหมาะสำหรับผู้ป่วยที่มีอาการไม่รุนแรง หรือเริ่มเป็นในระยะแรกเท่านั้น

วิธีใช้

  1. ให้นำผลกะเพรามาทำเป็นชา โดยการใช้ประมาณ 1 ช้อนชา ต่อน้ำร้อน 1 ถ้วย ให้นำมาดื่มเป็นประจำวันละ 3 ครั้ง
  2. สำหรับแคปซูลให้ทานวันละ 2.5 กรัม นอกจากนี้ยังสามารถใช้น้ำมันกะเพรา 2 – 5 หยดต่อวัน ก็ให้ผลดีเหมือนกัน แต่หลีกเลี่ยงการใช้กับสตรีตั้งครรภ์หรือหลังคลอดที่กำลังให้นมบุตร

4. ผักเชียงดา

สมุนไพรชนิดนี้มีการใช้ในการรักษาโรคเบาหวานมาอย่างยาวนาน มีสรรพคุณหลายอย่าง เช่น บำรุงกำลัง ลดระดับน้ำตาลในเลือด ทำให้ร่างกายเผาผลาญน้ำตาลได้มากขึ้น แถมยังช่วยฟื้นฟูเซลล์ให้ตับอ่อนที่เสียหาย ช่วยรักษาโรคเบาหวานชนิดที่ 1 และ ชนิดที่ 2

นอกจากนี้ ยังช่วยป้องกันโรคหัวใจและโรคหลอดเลือดในผู้ป่วยเบาหวาน เพิ่มการหลั่งอินซูลินในร่างกาย เป็นสมุนไพรที่เหมาะอย่างมากสำหรับผู้ป่วยโรคเบาหวาน สามารถหารับประทานได้ง่าย เพราะในปัจจุบันสามารถหารับประทานรูปของแคปซูลก็ได้

5. อบเชยจีน

เป็นสมุนไพรอีกหนึ่งชนิดที่ใช้เป็นตำรับยาในการรักษาโรคมาตั้งแต่สมัยโบราณ จัดว่าเป็นเครื่องเทศที่มีความสำคัญ

อบเชยจีนนั้นสามารถนำไปประกอบอาหารเพื่อช่วยเพิ่มกลิ่นหอม มีสรรพคุณในการรักษาโรคไซนัส ป้องกันโรคมะเร็ง แถมในปัจจุบันยังพบว่า อบเชยมีสรรพคุณในการลดระดับน้ำตาลในเลือด ที่สำคัญอบเชยยังมีสรรพคุณในการลดระดับไตรกลีเซอไรด์ ช่วยขจัดไขมันตัวร้ายออกไปจากร่างกาย ทำให้เลือดมีปริมาณคอเลสเตอรอลน้อย

วิธีใช้

ให้นำผลอบเชยจีนประมาณ 1 ช้อนชา โดยการทานครั้งละครึ่งช้อนชา เช้ากับเย็น สามารถผสมลงไปในเครื่องดื่มต่าง ๆ เช่น ชา กาแฟ โกโก้ เป็นต้น หรือจะเลือกทานเป็นแบบแคปซูลก็มีความสะดวกไม่น้อย ให้รับประทานอย่างต่อเนื่องทุกวันเป็นเวลา 20 วัน

6. อินทนิลน้ำ

เป็นสมุนไพรชนิดหนึ่งที่มีดอกสวยงาม อินทนิลน้ำมีสรรพคุณในการลดระดับน้ำตาลในเลือด มีสาระสำคัญที่ชื่อว่า Corosolic acid มีฤทธิ์คล้ายกับอินซูลิน ที่ได้จากธรรมชาติ แต่ปราศจากผลข้างเคียง นอกจากนี้ยังช่วยชะลอการย่อยแป้งให้กับระบบทางเดินอาหาร ทำให้การลำเลียงน้ำตาลเข้าสู่เซลล์เป็นไปด้วยดี เมล็ดแห้งของอินทนิลน้ำสามารถช่วยลดระดับน้ำตาลในเลือดได้เช่นกัน มาดูวิธีการใช้กัน

วิธีที่ 1

  1. ให้นำใบแก่อินทนิลน้ำ 100 กรัม และน้ำสะอาด 1 ลิตร แล้วนำมาต้มให้เดือด เคี้ยวด้วยไฟอ่อนประมาณ 15 นาที
  2. ปล่อยทิ้งไว้จนเย็น นำมาดื่มเป็นยาครั้งละ 1 ถ้วย โดยให้ดื่มวันละ 3 เวลา เช้า กลางวัน เย็น เมื่อดื่มติดต่อกัน 3 สัปดาห์ จะพบความเปลี่ยนแปลงของร่างกายอย่างเห็นได้ชัด

วิธีที่ 2

  1. ให้ในใบอินทนิลแห้งจำนวน 8 – 9 ใบ นำมาคั่วให้กรอบ แล้วจึงนำมาต้มกับน้ำ ดื่มแทนชา

แนะนำให้ต้มแล้วเก็บเอาไว้ในตู้เย็น สามารถดื่มได้เรื่อย ๆ แนะนำให้ดื่มติดต่อกัน 12 หม้อ หลีกเลี่ยงการใช้กับสตรีมีครรภ์ หรือมารดาในช่วงให้นมบุตร และคนที่มีระดับน้ำตาลในเลือดต่ำ

สำหรับผู้ป่วยโรคเบาหวานควรใช้วิธีนี้ควบคู่ไปกับการปรับการใช้ยาเป็นการรักษาควบคู่กัน

7. ว่านหางจระเข้

นอกจากจะมีสรรพคุณในด้านการดูแลผิวพรรณให้ชุ่มชื้นแล้ว ว่านหางจระเข้ยังช่วยลดอาการอักเสบ ช่วยสมานแผล แถมยังเป็นสมุนไพรที่ช่วยรักษาโรคเบาหวานได้อีกด้วย จากการศึกษาพบว่า น้ำของว่านหางจระเข้สามารถลดระดับน้ำตาลในเลือดได้

ใช้ได้ดีในกลุ่มผู้ป่วยโรคเบาหวาน ช่วยลดระดับไขมันในเลือด นอกจากนี้ ว่านหางจระเข้ยังสามารถรักษาแผลให้กับผู้ป่วยโรคเบาหวานได้เป็นอย่างดี

โรคเบาหวาน เป็นโรคเรื้อรัง ที่เกิดจากพฤติกรรมการใช้ชีวิตที่ผิด แต่เราสามารถบรรเทา อาการโรคเบาหวาน ให้ดีขึ้นได้ ด้วยการใช้สมุนไพรที่มีคุณสมบัติช่วยลดระดับน้ำตาลในเลือด ควบคู่ไปกับการรักษาด้วยยาแผนปัจจุบัน จะช่วยทำให้อาการเบาหวานดีขึ้นได้ในระยะยาว และนี่ก็คือ สมุนไพรไทยแก้เบาหวาน นับว่าหาได้ง่ายๆ จากรอบตัวเรา

สำหรับใครที่เป็นโรคเบาหวานอยู่ก็อย่าลืมรักษาอาการเบาหวาน ลดน้ำตาลในเลือดด้วยสมุนไพรเหล่านี้กันนะคะ

อ้างอิงจาก mahosot

Load More Related Articles
Load More By adminupen
Load More In สาระน่ารู้

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *

Check Also

#ทำอยู่ เลิกด่วน สิ่งที่ห้ามทำตอนสระผม ก่อนที่ผมเราจะร่วง เรื่องใกล้ตัวที่เรามองข้าม

#ทำอยู่ เลิกด่วน สิ่งที่ห้ามทำตอนสระผม ก่อนที่ผมเราจะร่ … …