บริษัท จีพี มอเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด รับสมัครพนักงานฝ่ายผลิต (ผ่านโปรปรับ บรรจุทันที)

บริษัท จีพี มอเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด

บริษัท จีพี มอเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด เป็นบริษัทผู้ผลิตแบรนด์รถมอเตอร์ไซค์ GPX Racing ที่ได้การรับรองมาตรฐานอุตสาหกรรม ISO 9001:2008 ปัจจุบันมียอดจดทะเบียนล่าสุด ณ ปี 2559 เป็นอันดับ 3 ของประเทศ ที่เป็นเครื่องยืนยันถึงความประสบความสำเร็จขององค์กรของพวกเรา

บริษัทได้เริ่มดำเนินธุรกิจเมื่อปี 2550 เป็นเวลากว่า 10 ปี เริ่มแรก บริษัทเริ่มจากการนำเข้าและประกอบ รถเอทีวี/มอเตอร์ไซค์วิบาก ต่อมาได้ขยับฐานการผลิตสู่ตลาดรถมอเตอร์ไซค์ทางเรียบ โดยเน้นในเรื่องของการวิจัยและพัฒนารถ เพื่อให้สามารถตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภค ที่เป็นแนวทางที่ทำให้เราประสบความสำเร็จมาจนถึงปัจจุบัน

ซึ่งเรายินดีต้อนรับบุคลากรที่ทรงคุณภาพ สู่องค์กรที่ประสบความสำเร็จ เพื่อร่วมกันขับเคลื่อนองค์กร สู่จุดมุ่งหมาย ที่จะเป็นองค์กรที่ประสบความสำเร็จของประเทศ ที่พวกเราภาคภูมิใจ

รับสมัคร พนักงานฝ่ายผลิต

สถานที่ปฏิบัติงาน
ตำบลบ้านคลองสวน อำเภอพระสมุทรเจดีย์ จังหวัดสมุทรปราการ

เงินเดือน
310/วัน ผ่านโปรปรับ บรรจุทันที

อัตรา
N/A

สวัสดิการ
– เบี้ยขยัน
– เบี้ยกันดาร
– ค่าอาหาร
– ค่าครองชีพ
– ประกันสังคม
– ชุดฟอร์มพนักงาน
– ประกันอุบัติเหตุทุกตำแหน่งงาน
– เงินช่วยเหลืองานศพ
– เงินช่วยเหลืองานมงคลสมรส
– เงินของขวัญวันเกิด
– เงินช่วยเหลือบุตรเกิดใหม่
– พักร้อนสูงสุด 10 วัน ตามอายุงาน
– โบนัสและปรับเงินประจำปี
– กาแฟ โอวัลติน สำหรับพนักงาน
– ท่องเที่ยวและเลี้ยงสังสรรค์ประจำปี
– ซื้อสินค้าราคาพนักงาน

รายละเอียดของงาน
-ปฏิบัติงานตามหน้าที่ที่รับผิดชอบ
*** สามารถย้ายไปปฏิบัติงานที่นิคมเกตุเวย์ ฉะเชิงเทรา ได้ ภายในต้นปี 2561 ***

คุณสมบัติผู้สมัคร
เพศ ชาย อายุ 22 – 35 ปี
ผ่านการเกณฑ์ทหาร หรือ เรียน รด.
วุฒิ ม.3 , ม.6 , ปวช. ปวส.
ส่วนสูง 165 ซม. น้ำหนัก 55 กก.

วิธีการสมัคร
– สมัครทาง E-mail
– สม้ครได้ด้วยตัวเองที่บริษัท

ติดต่อ
คุณวิโรจน์
บริษัท จีพี มอเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด
294-296 ม.2 ซ.ประชาอุทิศ 90 ถ.ประชาอุทิศ ตำบลบ้านคลองสวน อำเภอพระสมุทรเจดีย์ จังหวัดสมุทรปราการ 10290
โทร 02-461-5800, 02-461-21820, 088-254-2378
เว็บไซต์ www.atv.co.th

การเดินทาง
จากปากซ.ประชาอุทิศ 90 ตรงเข้ามาข้ามสะพานเลี้ยวซ้าย ผ่านบริษํทไทยนำทิพย์ บริษัทอยู่ซ้ายมือเป็นตึกสีขาว คาด สีน้ำเงินเหลืองค่ะ

เคล็ดลับง่าย ๆ ปอกแอปเปิ้ลยังไง…ไม่ให้คล้ำ!

วิธีการเก็บรักษาแอปเปิ้ลที่หั่นแล้วไม่ให้คล้ำ

 

1. ใช้น้ำมะนาว

การที่แอปเปิ้ลเปลี่ยนเป็นสีคล้ำนั้นเป็นเพราะเอนไซม์ในเนื้อผลไม้ทำปฏิกิริยากับออกซิ เจนในอากาศหรือที่เรียกว่า “ปฏิกิริยาออกซิเดชั่น” น้ำมะนาวสามารถป้องกันการเกิดปฏิกิริยาออกซิเดชั่นได้ เพราะมีกรดซิตริกหรือกรดมะนาวซึ่งเป็นสารต้านการเกิดปฏิกิริยาออกซิเดชั่นหรือที่รู้จักกันในชื่อสารต้านอนุมูลอิสระนั่นเอง น้ำมะนาวที่ใช้จะมาจากมะนาวสดหรือมะนาวขวดก็ได้ทั้งคู่ แต่ทางที่ดีควรใช้วิธีนี้กับแอปเปิ้ลสายพันธุ์ที่มีเนื้อหวานเท่า นั้นเพราะน้ำมะนาวจะทำให้แอปเปิ้ลมีรสเปรี้ยว การใช้น้ำมะนาวเพื่อป้องกันไม่ให้เนื้อแอปเปิ้ลเปลี่ยนสีสามารถทำได้สองวิธีต่อไปนี้

  1. ราดน้ำมะนาวในถ้วยแอปเปิ้ลที่หั่นเป็นชิ้นแล้วคลุกให้ทั่ว หรือจะใช้แปรงทาเนยจุ่มน้ำมะนาวทาเนื้อแอปเปิ้ลด้านที่ถูกหั่นก็ได้เช่นกัน วิธีนี้จะทำให้แอปเปิ้ลออกรสเปรี้ยวมะนาว
  2. นำแอปเปิ้ลที่หั่นเป็นชิ้นมาแช่ในน้ำมะนาวผสมกับน้ำเย็น โดยใช้น้ำมะนาวหนึ่งช้อนโต๊ะต่อน้ำหนึ่งถ้วยตวง การแช่แอปเปิ้ลนั้นให้แช่เพียง 3-5 นาทีเท่านั้นแล้วล้างน้ำเปล่า

สามารถใช้มะนาวเหลืองหรือเลม่อนแทนได้เพราะมีสารต้านอนุมูลอิสระเช่นกัน หรือจะใช้สับปะรดก็เป็นตัวเลือกหนึ่งที่ดี

2. ใช้เกลือ

เกลือเป็นวัตถุกันเสียตามธรรมชาติและช่วยป้องกันแอปเปิ้ลหั่นแล้วไม่ให้เปลี่ยนสีได้เป็นอย่างดี วิธีนี้จะต้องผสมน้ำเกลือโดยการละลายเกลือ 1/2 ช้อนชากับน้ำเย็น 4 ถ้วย จากนั้นแช่แอปเปิ้ลที่หั่นแล้วในน้ำเกลือประมาณ 3-5 นาทีแล้วนำขึ้นมาล้างน้ำเปล่าให้สะอาดในกระชอน วิธีนี้จะทำให้เนื้อแอปเปิ้ลไม่ทำปฏิกิริยากับอากาศอยู่ได้ครู่หนึ่ง

วิธีนี้ไม่ต้องกังวลว่าเนื้อแอปเปิ้ลจะมีรสเค็ม เพราะถ้าไม่ใช้เกลือมากเกินหรือแช่น้ำเกลือนานเกินไปและล้างแอปเปิ้ลให้สะอาด แอปเปิ้ลจะไม่เสียรสชาติ

3. ใช้น้ำอัดลม

เครื่องดื่มน้ำอัดลมสามารถป้องกันไม่ให้เนื้อแอปเปิ้ลเปลี่ยนเป็นสีคล้ำได้เพราะมีกรดซิตริก น้ำมะนาวโซดาและจินเจอร์เอลเป็นสองตัวเลือกยอดนิยมที่นำมาใช้แช่แอปเปิ้ลหั่นแล้วในน้ำอัดลมประมาณ 3-5 นาทีแล้วเทน้ำออก จากนั้นจะล้างน้ำเปล่าหรือจะปล่อยทิ้งไว้ให้มีรสของน้ำอัดลมก็ได้รสชาติใหม่ไปอีกแบบ

น้ำโซดาน่าจะเป็นอีกตัวเลือกหนึ่งที่ช่วยป้องกันเนื้อแอปเปิ้ลเปลี่ยนสีได้ ถ้ามีน้ำโซดาอยู่ติดบ้านจะลองนำมาใช้ก็ไม่เสียหาย

4. ผลิตภัณฑ์ถนอมอาหาร Fruit-Fresh

ผลิตภัณฑ์ Fruit-Fresh เป็นกรดซิตริกและกรดแอสคอร์บิก (หรือวิตามินซี) ในรูปแบบผงซึ่งถูกออกแบบมาเพื่อแก้ปัญหาผลไม้เปลี่ยนเป็นสีคล้ำโดยเฉพาะ เจ้าผลิตภัณฑ์ตัวนี้ยังอ้างว่าสามารถกันการเปลี่ยนเป็นสีคล้ำได้นานถึงแปดชั่วโมงเลยทีเดียวและสามารถหาซื้อได้ตามแผนกผลิตภัณฑ์บรรจุกระป๋องตามร้านค้าทั่วไป

5. ลวกแอปเปิ้ล

การลวกแอปเปิ้ลก็เป็นอีกวิธีหนึ่งที่ช่วยป้องกันการเปลี่ยนสีได้ การลวกจะหยุดการทำงานของเอนไซม์ไม่ให้ทำปฏิกิริยากับออกซิเจนในอากาศ การลวกแอปเปิ้ลนั้นง่ายนิดเดียว เพียงนำแอปเปิ้ลที่หั่นแล้วใส่ในน้ำเดือดซึ่งใช้เวลาประมาณ 5 นาทีแล้วนำขึ้นจากหม้อเพื่อล้างน้ำเย็น ต้องคำนึงว่าการลวกจะทำให้แอปเปิ้ลมีเนื้อนุ่ม จึงไม่เหมาะกับการรับประทานแบบเปล่าๆ

วิธีนี้จะเหมาะกับแอปเปิ้ลที่จะนำไปประกอบอาหารหรือทำขนม

6. ใช้แรปถนอมอาหาร

วิธีง่ายๆ ในการป้องกันแอปเปิ้ลไม่ให้เปลี่ยนสีวิธีหนึ่งก็คือการใช้แรปคลุมนั่นเอง วิธีนี้เป็นการกันไม่ให้เนื้อแอปเปิ้ลสัมผัสอากาศทำให้ไม่เกิดปฏิกิริยากับออกซิเจน ให้ใช้แรปคลุมแอปเปิ้ลให้แน่นที่สุดและพยายามไม่ให้มีรอยอากาศบนเนื้อด้านที่ถูกหั่น

วิธีนี้เหมาะกับแอปเปิ้ลที่หั่นเป็นครึ่งลูกมากกว่าเป็นชิ้นเล็กๆ หลายชิ้นเพราะแอปเปิ้ลชิ้นใหญ่หนึ่งชิ้นคลุมได้ง่ายกว่า

ต้องคำนึงว่า ถ้ามีอากาศเพียงเล็กน้อยในแรปจะทำให้เนื้อแอปเปิ้ลทำปฏิกิริยากับออกซิเจน การไล่อากาศออกให้หมดนั้นทำได้ยาก วิธีนี้จึงเป็นวิธีที่ไม่ค่อยได้ผลนัก

7. ใช้หนังยาง

การใช้หนังยางรัดดูเป็นวิธีที่แหวกแนวแต่ก็เป็นวิธีการป้องกันการเปลี่ยนสีอย่างง่ายๆ เพียงแต่สามารถใช้กับแอปเปิ้ลที่หั่นทั้งลูกและไม่ได้ปอกเปลือกเท่านั้น วิธีนี้เป็นการทำให้เนื้อแอปเปิ้ลไม่สัมผัสอากาศเลย โดยการหั่นแอปเปิ้ลเป็นชิ้นขนาดปานกลางแล้วประกอบกลับให้เป็นลูกแอปเปิ้ลเหมือนเดิมแล้วใช้หนังยางรัด ดังนั้นแอปเปิ้ลจะดูเหมือนไม่เคยถูกหั่น

วิธีนี้เหมาะสำหรับคนทำงานหรือนักเรียนที่นำแอปเปิ้ลไปเป็นอาหารกลางวัน

สิ่งที่ต้องคำนึงถึง

1. เลือกแอปเปิ้ลให้ถูก

แอปเปิ้ลบางสายพันธุ์อาจไวต่อการเปลี่ยนสี ดังนั้น หากต้องการหั่นแอปเปิ้ลเป็นชิ้นควรเลือกแอปเปิ้ลชนิดที่เปลี่ยนสียาก จากผลการวิจัยพบว่า “แอปเปิ้ลสายพันธุ์ Arangeh เปลี่ยนสีน้อยที่สุด รองลงมาเป็น Granny Smith และ Golden Smoty ซึ่งเป็นสายพันธุ์ที่เปลี่ยนสีน้อยเช่นกัน ส่วนสายพันธุ์ Golden Delicious นั้นจัดอยู่ในระดับปานกลาง และสายพันธุ์ Red Delicious จะเปลี่ยนสีมากที่สุด” 

2. เก็บแอปเปิ้ลที่หั่นแล้วอย่างถูกวิธี

วิธีการเก็บรักษาแอปเปิ้ลหั่นแล้วที่ดีที่สุด (หลังจากทำการถนอมอาหารด้วยวิธีข้างต้น) คือการเก็บใส่ถุงพลาสติกที่มีซิปปิดปากถุงหรือถุงซิปล็อคแล้วรีดอากาศออกให้มากที่สุดก่อนปิดปากถุง แช่ไว้ในตู้เย็นจนกว่าจะนำมาเสิร์ฟหรือรับประทาน เมื่อเก็บอย่างถูกวิธีแล้วแอปเปิ้ลจะยังคงความสดและกรอบ

3. ใช้มีดที่สะอาดและมีคุณภาพ

ถ้าใช้มีดที่เก่ามีดจะถูกกัดกร่อนด้วยกรดธรรมชาติและเกิดตะกอนจากเกลือของเหล็กปนเปื้อนเนื้อผลไม้ เกลือของเหล็กจะยิ่งเร่งปฏิกิริยาออกซิเดชั่นและทำให้แอปเปิ้ลเปลี่ยนเป็นสีคล้ำอย่างรวดเร็ว ดังนั้นการใช้มีดที่สะอาดและมีคุณภาพจึงเป็นสิ่งสำคัญที่ช่วยชะลอการเกิดปฏิกิริยาออกซิเดชั่น

4. พรางแอปเปิ้ลสีคล้ำ

ถ้าหากแอปเปิ้ลกลายเป็นสีคล้ำจนสายเกินแก้ ให้ลองปกปิดเนื้อที่คล้ำด้วยซินนาม่อนหรืออบเชย รสของอบเชยจะช่วยเสริมรสชาติของแอปเปิ้ลได้เป็นอย่างดี อีกทั้งสีน้ำตาลแดงของอบเชยยังช่วยพลางสีที่คล้ำของแอปเปิ้ลได้อีกด้วย นอกจากนี้อบเชยก็มีสารต้านอนุมูลอิสระ การโรยอบเชยเล็กน้อยอาจช่วยชะลอการเปลี่ยนสีได้

5. ใช้วิธีข้างต้นกับผลไม้ชนิดอื่นๆ

วิธีเหล่านี้สามารถใช้กับผลไม้ชนิดอื่นๆ เช่น กล้วย แพร์ พีช และอาโวคาโด ที่มีโอกาสเปลี่ยนเป็นสีคล้ำได้เช่นกัน

เคล็ดลับ

  • วิธีทั้งหมดข้างต้นไม่สามารถป้องกันการเปลี่ยนสีได้อย่างถาวร แต่สามารถรักษาแอปเปิ้ลไม่ให้คล้ำได้สองถึงสามชั่วโมง ซึ่งจะทำให้แอปเปิ้ลดูน่ารับประทานหากต้องหั่นไว้บนถาดผลไม้หรือไว้ทานกับชีส
  • วิธีการเหล่านี้สามารถใช้กับมันฝรั่งได้เช่นกันเพราะมีกระบวนการเดียวกัน

source:

http://www.foodfreshly.com/fresh-cut-apples/fresh-cut-apples.html
http://www.theyummylife.com/prevent_apple_and_pear_slices_from_browning
http://www.wegmans.com/webapp/wcs/stores/servlet/ProductDisplay?productId=356982&storeId=10052&langId=-1

อยากเลี้ยงไก่!! กรมปศุสัตว์แนะ 9 สายพันธุ์ พันธุ์ดี ตลาดต้องการ แถมขึ้นทะเบียนแล้ว

อยากเลี้ยงไก่!! กรมปศุสัตว์แนะ 9 สายพันธุ์ พันธุ์ดี ตลาดต้องการ แถมขึ้นทะเบียนแล้ว

อาชีพเลี้ยงไก่ เป็นอีกอาชีพหนึ่งที่ได้รับความสนใจมาก โดยอาจจะเริ่มเลี้ยงในโรงเรือนเล็กๆ เพื่อหาประสบการณ์ จากนั้นก็ค่อยๆ ขยับขยาย หรือต่อยอดเพื่อเลี้ยงเป็นอาชีพเสริมหรืออาชีพหลักต่อไป

สำหรับใครที่ยังไม่มีโรงเรือน “เส้นทางเศรษฐีออนไลน์” เคยนำเสนอ โรงเรือนขนาดเล็ก เพื่อเลี้ยงไก่เป็นอาชีพเสริม ในหัวเรื่อง “มาดู!! โรงเรือนไซซ์เล็ก แบบแปลนและการลงทุน เพื่อการเลี้ยงไก่พื้นเมืองเป็นอาชีพเสริม” ใครสนใจกด เข้าไปอ่าน ไปหาข้อมูลกันได้ตามลิ้งค์ที่แนบ

ส่วนใครที่ยังไม่มีข้อมูล หรือยังตัดสินใจไม่ได้ว่า จะเลี้ยงไก่พันธุ์ไหน ปัจจุบันกรมปศุสัตว์ มีสัตว์ปีกที่ได้รับการพัฒนามาจากสัตว์พื้นเมืองและพันธุ์จากต่างประเทศให้เป็นสายพันธุ์ไทยแท้ที่มีลักษณะประจำพันธุ์เป็นเอกลักษณ์ ลักษณะภายนอกสม่ำเสมอ มีความเป็นแม่ที่ดี ความหลากหลายทางพันธุกรรม และมีความเหมาะสมตามความต้องการทางเศรษฐกิจที่ได้รับการขึ้นทะเบียนแล้วทั้งสิ้นจำนวน 9 สายพันธุ์ ดังนี้

ไก่โรดไทย

เป็นพันธุ์ที่กรมปศุสัตว์ ได้นำเข้าไก่พันธุ์โรดไอส์แลนด์เรด (Rhode Island Red) จากสหรัฐอเมริกาเข้ามาเลี้ยง วิจัยและพัฒนามาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปี พ.ศ. 2492 จนได้ชื่อว่าเป็นไก่โรดไทย (Rhode Thai) ใช้ประโยชน์ได้ทั้งเนื้อและไข่ (Dual Purpose)

ลักษณะประจำพันธุ์ ขนลำตัวสีน้ำตาลแดง ปลายปีก-หางสีดำ ใบหน้าสีแดง หงอนจักร ปาก-แข้ง-ตาสีเหลือง เปลือกไข่สีน้ำตาลอ่อน-น้ำตาล ผลผลิตไข่ 240 ฟอง/แม่/ปี น้ำหนักไข่เฉลี่ย 55 กรัม อัตราการไข่สูงสุด 94%

ไก่ประดู่หางดำเชียงใหม่

กรมปศุสัตว์ดำเนินการอนุรักษ์ วิจัยและพัฒนาไก่สายพันธุ์ประดู่หางดำเชียงใหม่ มาตั้งแต่ พ.ศ. 2545 ที่ศูนย์วิจัยและบำรุงพันธุ์สัตว์เชียงใหม่ 053-311836

ลักษณะประจำพันธุ์ มีขนลำตัว-หน้าอก-หางสีดำ ไม่มีจุดกระขาว สร้อยคอ-หลังสีแดงประดู่ ปาก-แข้งสีเหลืองปนดำถึงสีดำ หงอนถั่ว เปลือกไข่สีนวล ผลผลิตไข่ 147 ฟอง/แม่/ปี

จุดเด่น เมื่อชำแหละเป็นซากแล้ว สีแข้งยังคงเป็นสีดำ เป็นที่นิยมของผู้บริโภคไก่พื้นเมือง

ไก่เหลืองหางขาวกบินทร์บุรี

กรมปศุสัตว์ดำเนินการอนุรักษ์ วิจัยและพัฒนาไก่สายพันธุ์เหลืองหางขาวกบินทร์บุรี มาตั้งแต่ พ.ศ.2545 ที่ศูนย์วิจัยและบำรุงพันธุ์สัตว์กบินทร์บุรี จังหวัดปราจีนบุรี 037-288152

ลักษณะประจำพันธุ์ มีขนลำตัว-หน้าอก-ขนหางสีดำแซมขาว สร้อยคอ-หลัง-ปีกสีเหลืองอมส้ม ปาก-แข้งสีเหลือง หงอนถั่ว เปลือกไข่สีนวล ผลผลิตไข่ 111 ฟอง/แม่/ปี

ไก่แดงสุราษฎร์ธานี

กรมปศุสัตว์ดำเนินการอนุรักษ์ วิจัยและพัฒนาไก่สายพันธุ์แดงสุราษฎร์ธานี มาตั้งแต่ พ.ศ.2545 ที่ศูนย์วิจัยและบำรุงพันธุ์สัตว์สุราษฎร์ธานี 077-274552

ลักษณะประจำพันธุ์ มีขนลำตัว-หน้าอก-สร้อยคอ-หลังสีแดง ขนหางสีแดงดำแซมขาว ปาก-แข้งสีเหลือง หงอนถั่ว เปลือกไข่สีนวล ผลผลิตไข่ 114 ฟอง/แม่/ปี

ไก่ชีท่าพระ

กรมปศุสัตว์ดำเนินการอนุรักษ์ วิจัยและพัฒนาไก่สายพันธุ์ชีท่าพระ มาตั้งแต่ พ.ศ.2545 ที่ศูนย์วิจัยและบำรุงพันธุ์สัตว์ท่าพระ จังหวัดขอนแก่น 043-261194

ลักษณะประจำพันธุ์ มีขนลำตัว-หางสีขาว สร้อยคอสีขาวหรือสีงาช้าง แข้ง-ปากสีเหลือง หงอนถั่ว ผลผลิตไข่ 115 ฟอง/แม่/ปี

จุดเด่น มีขนสีขาวเหมือนไก่เนื้อทางการค้า เมื่อชำแหละไม่มีขนหมุดสีดำที่ผิวหนังทำให้ซากสะอาด น่ารับประทาน

ไก่ชี้ฟ้า

ไก่ชี้ฟ้า เป็นไก่พื้นเมืองท้องถิ่นชาวไทยภูเขาของจังหวัดเชียงราย ในเดือนกุมภาพันธ์ 2543 สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9 ได้ทอดพระเนตรเห็นไก่พันธุ์นี้ ซึ่งมีลักษณะสวยงาม ทรงมีพระราชดำรัสว่า น่าจะมีการอนุรักษ์ไก่พันธุ์ชี้ฟ้า โดยกรมปศุสัตว์ดำเนินการวิจัยสร้างฝูงไก่ ตั้งแต่ พ.ศ. 2548 ที่สถานีวิจัยทดสอบพันธุ์สัตว์แม่ฮ่องสอน 053-684031

ลักษณะประจำพันธุ์ มีขนลำตัว-หางสีดำ-ขนสร้อยคอ-หลังสีเหลืองอ่อน หงอนจักร ปาก-แข้ง-ผิวหนัง-เนื้อสีดำ ผลผลิตไข่ 84 ฟอง/แม่/ปี

ไก่ฟ้าหลวง

ไก่ฟ้าหลวง เป็นไก่พื้นเมืองท้องถิ่นชาวไทยภูเขาในเขตอำเภอแม่ฟ้าหลวง จังหวัดเชียงราย โดยดำเนินงานวิจัยสร้างฝูงไก่ที่สถานีวิจัยทดสอบพันธุ์สัตว์แม่ฮ่องสอน 053-684031

ลักษณะประจำพันธุ์ มีขนลำตัว-หางสีดำ ขนสร้อยคอ-หลังสีน้ำตาลแดง หงอนจักร ปาก-แข้ง-ผิวหนัง-เนื้อสีดำ ผลผลิตไข่ 93 ฟอง/แม่/ปี

ไก่แม่ฮ่องสอน

ไก่แม่ฮ่องสอน เป็นไก่ท้องถิ่นชาวไทยภูเขาของจังหวัดแม่ฮ่องสอน ลักษณะทั่วไปคล้ายกับไก่ป่า นิยมเลี้ยงไว้บริโภคเองและใช้เป็นไก่ต่อล่อไก่ป่า โดยดำเนินงานวิจัยสร้างฝูงไก่ที่สถานีวิจัยทดสอบพันธุ์สัตว์แม่ฮ่องสอน 053-684031

ลักษณะประจำพันธุ์ มีขนลำตัว-หางสีดำ สร้อยคอ-หลังสีเหลืองเข้ม มีปุยขาวที่โคนหาง หงอนจักร แข้ง-ปากสีดำหรือเทา ผิวหนังขาวอมแดง ผลผลิตไข่ 81 ฟอง/แม่/ปี

ไก่เบตง

ไก่เบตง มีถิ่นกำเนิดอยู่ที่ประเทศจีน เมื่อชาวจีนอพยพเข้ามาอาศัยอยู่ในประเทศไทย ที่อำเภอเบตง จังหวัดยะลา ได้นำไก่พันธุ์แลนชานหรือที่คนจีนเรียกว่าไก่กวางไส เข้ามาเลี้ยง ต่อมาได้แพร่กระจายพันธุ์ไปพื้นที่ข้างเคียง โดยกรมปศุสัตว์ได้ดำเนินงานวิจัยสร้างฝูงไก่ที่ศูนย์วิจัยและบำรุงพันธุ์สัตว์ยะลา 073-203218

ลักษณะประจำพันธุ์ มีขนทั้งตัวสีเหลืองทอง-สีเหลืองอ่อน-สีน้ำตาลอ่อน หงอนจักร แข้ง-ปากเหลือง ผลผลิตไข่ 143 ฟอง/แม่/ปี

ข้อมูลจาก เอกสารพันธุ์สัตว์ปีกที่ได้รับการขึ้นทะเบียน ของกรมปศุสัตว์

กลุ่มวิจัยและพัฒนาสัตว์ปีก สำนักพัฒนาพันธุ์สัตว์ โทร. 02-653-4454

บทสรุป จุ่มลวกช้อนในหม้อหุงข้าว ฆ่าเชื้อได้จริงหรือ?

บทสรุป จุ่มลวกช้อนในหม้อหุงข้าว ฆ่าเชื้อได้จริงหรือ?

ก่อนหน้านี้ เคยมีคำแนะนำเกี่ยวกับการลวกช้อนในหม้อหุงข้าว จากนายสง่า ดามาพงษ์ นักวิชาการกรมอนามัย ในฐานะอุปนายกสมาคมโภชนาการ เปิดเผยว่าร้านอาหารหลายแห่ง โดยเฉพาะร้านที่อยู่ในโรงอาหาร เจ้าของร้านหลายแห่งนำเอาน้ำใส่หม้อหุงข้าวเสียบปลั๊ก ให้ลูกค้าใช้ช้อนจุ่มลงไป เพื่อลวกทำความสะอาดก่อนรับประทานอาหาร เพื่อความมั่นใจในความสะอาดนั้น หลายคนถกเถียงกันว่าวิธีการเช่นนี้จะช่วยทำความสะอาดช้อนกินข้าว หรือเป็นการเพิ่มปริมาณเชื้อโรคให้กับช้อนข้าวมากขึ้นกันแน่

เรื่องนี้ยังไม่มีการทำวิจัยและสำรวจอย่างจริงจังของกระทรวงสาธารณสุข แต่ตามหลักการแล้ว ช้อนที่ผ่านการล้างอย่างสะอาด และเก็บไว้ในที่มิดชิด หรือมีผ้าสะอาดคลุมให้พ้นจากฝุ่นละออง ไม่จำ เป็นต้องลวกช้อนในหม้อหุงข้าวซ้ำอีก เพราะน้ำในหม้อหุงข้าวไม่ใช่น้ำเดือด และคนที่เอาช้อนลงไปจุ่มส่วนใหญ่ก็จุ่มแป๊บเดียวเท่านั้น ซึ่งไม่มีผลอะไรกับการตายของเชื้อโรคเลย หากต้องการจะฆ่าเชื้อโรคจริงๆ น้ำต้องเดือด และต้องใช้เวลาจุ่ม 1 นาทีขึ้นไปเชื้อโรคถึงจะตาย

สำหรับเรื่องที่พูดกันว่าการเอาช้อนจุ่มในหม้อหุงข้าวที่ไม่เดือดของคนหลายๆ จะยิ่งเพิ่มปริมาณเชื้อโรคในหม้อหุงข้าวให้มากขึ้น ส่งผลให้คนที่เอาช้อนจุ่มช่วงหลังๆ รับเชื้อโรคมากขึ้นนั้น เรื่องนี้อาจจะเป็นไปได้ หากมีคนเอาช้อนสกปรกหรือช้อนที่ใช้แล้วจุ่มลงไป แล้วมีผู้อื่นมาใช้น้ำในหม้อหุงข้าวใบนั้นต่อ

ล่าสุดก็มีบทความที่พูดถึงเรื่องการลวกช้อน จาก ทนพ.ภาคภูมิ เดชหัสดิน ไว้ดังนี้

วันนี้ผมจะมาสรุป เรื่องการจุ่มลวกช้อนในหม้อหุงข้าว มันกำจัดแบคทีเรียได้จริงไหม? โปรดฟังข้อเท็จจริงด้วยใจเป็นกลางนะครับ

จากการศึกษา พบว่า น้ำที่อุณหภูมิสูงตั้งแต่ 65 องศาเซลเซียสสามารถลดเชื้อได้ (ไม่ใช่กำจัดหมดนะ) เฉพาะน้ำที่เปลี่ยนใหม่ๆ ในห้องทดลอง หรือมีการจุ่มไม่กี่ครั้งเท่านั้น

ความจริงที่หลายคนไม่อยากรู้ก็คือ เมื่อวัดอุณหภูมิน้ำในหม้อหุงข้าวส่วนใหญ่ที่เปิดฝา พบว่าอุณหภูมิไม่ถึง 65 นั่นเท่ากับว่ามันกำจัดเชื้อไม่ได้เลยครับ ห๊ะ!!

เมื่อทดลองเอาน้ำในหม้อหุงข้าวตามโรงอาหารมาตรวจสอบ พบว่า แบคทีเรียจะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ตามระยะเวลาซะงั้น แม้ว่าอุณหภูมิบางช่วงจะสูงถึง 95 องศา ก็ยังพบว่าเชื้อเพิ่มจำนวนในหม้อหุงข้าวได้ เมื่อทดลองจุ่มช้อนลงไป ก็พบว่าแบคทีเรียติดมากับช้อนได้ แถมยังมีจำนวนเชื้อมากกว่าก่อนที่จะจุ่มซะอีก

กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กำหนดให้จานช้อนส้อม ต้องมีจุลชีพไม่เกิน 1,000 โคโลนี อ๊ะ!!! แล้วช้อนในโรงอาหารก่อนจุ่มมีเชื้อเท่าไหร่ เย้! ไม่เกินเกณฑ์ครับเฉลี่ยประมาณ 300 โคโลนีเอง เมื่อจุ่มลงไปในหม้อ ก็จะมีแบคทีเรียติดเพิ่มขึ้นมาบนช้อนได้อีกประมาณนึง

ดังนั้น แท้จริงแล้ว จุดเริ่มต้นเราควรกำกับดูแลร้านค้าให้รักษาสุขอนามัยล้างจานช้อนให้สะอาด มีความตระหนักที่จะปกป้องผู้บริโภคอย่างจริงใจ

“เพิ่มความตระหนักในการล้างช้อน ดีกว่านำมาจุ่มน้ำร้อนในภายหลัง”

และยังมีบทคัดย่องานวิจัยของนักศึกษาเทคนิคการแพทย์ค่ะ ผู้วิจัยเก็บตัวอย่างน้ำที่ใช้ลวกช้อน และพิสูจน์เชื้อด้วยวิธีการเพาะเลี้ยงจากการใช้ไม้พันสำลีปราศจากเชื้อป้าย (swab) ช้อน ส้อม และตะเกียบ พบว่า

1. ตัวอย่างน้ำในหม้อลวกช้อน มีเชื้อแบคทีเรียที่อาจก่อให้เกิดโรคในระบบทางเดินอาหารกลุ่มโคลิฟอร์ม เช่น Escherichia coli, Klebsiella pneumoniae และ Enterobacter spp.

2. ผลจากการเพาะเชื้อจากการ swab ช้อน ส้อม ตะเกียบ พบว่ายังมีเชื้อแบคทีเรียอยู่ค่ะ แต่พบเชื้อจำนวนน้อยกว่าเมื่อทำการลวกเพื่อทำความสะอาดแล้ว ผู้วิจัยสรุปว่า

“…การลวกช้อน ส้อม และตะเกียบในอุปกรณ์สำหรับลวกช้อนที่อุณหภูมิต่ำกว่า 60 องศาเซลเซียส ไม่สามารถฆ่าเชื้อโรคได้ แต่จะเป็นการเพิ่มจำนวนเชื้อโรคที่มีการปนเปื้อนอยู่ในน้ำจากอุปกรณ์สำหรับลวกช้อน…”

อาจารย์เจษฎา เด่นดวงบริพันธ์ ย้ำชัด การจุ่มช้อนและส้อมในหม้อหุงข้าวไม่ช่วยฆ่าเชื้อโรค แถมยังเป็นการเพิ่มจำนวนเชื้อโรคที่มีการปนเปื้อนอยู่ในน้ำจากอุปกรณ์สำหรับลวกช้อนด้วยซ้ำไป

วันที่ 9 พฤศจิกายน 2558 รศ. ดร.เจษฎา เด่นดวงบริพันธ์ อาจารย์ประจำภาควิชาชีววิทยา คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้โพสต์เฟซบุ๊ก ชี้แจงว่า ตามที่บรรดาฟู้ดคอร์ทในห้างสรรพสินค้านำหม้อหุงข้าวมาใส่น้ำและต้มให้เดือด เพื่อให้เหล่าลูกค้านำช้อมส้อมไปจุ่มน้ำร้อนฆ่าเชื้อโรคนั้น การกระทำดังกล่าวไม่สามารถฆ่าเชื้อโรคได้จริง เนื่องจากการลวกช้อน-ส้อมที่อุณหภูมิต่ำกว่า 60 องศาเซลเซียส ไม่สามารถฆ่าเชื้อโรคได้ อีกทั้งยังเป็นการเพิ่มจำนวนเชื้อโรคที่มีการปนเปื้อนอยู่ในน้ำจากอุปกรณ์สำหรับลวกช้อน เพราะถ้าน้ำที่ใส่ไว้ในหม้อหุงข้าวไม่ได้รับการเปลี่ยนบ่อย ๆ จะกลายเป็นแหล่งสะสมของเชื้อโรคทนความร้อน รวมทั้งสิ่งสกปรกอื่น ๆ ที่มาจากการล้างช้อนส้อมไม่สะอาด

ที่มาจากงานวิจัย http://e-office.ahs.nu.ac.th/mis/student/student_detail.asp…

ขอบคุณข้อมูลและภาพจาก เฟซบุ๊ก Jessada Denduangboripant

บริษัท พานาโซนิค (ประเทศไทย) บางบ่อ เปิดรับพนักงานฝ่ายผลิตหลายอัตรา ด่วน! สมัครพร้อมสัมภาษณ์ทันที

Panasonic

เปิดรับพนักงานฝ่ายผลิตหลายอัตรา สมัครพร้อมสัมภาษณ์ทันที 

วันจันทร์-อังคาร ที่ 25 – 26 กันยายน 2560

รอบเช้า 08.30 น. รอบบ่าย 13.00 น.

มีรถประจำทางผ่านหลายสาย ทั้งถนนบางนาตราด และถนนเทพารักษ์

คุณสมบัติ

1.เพศชาย/หญิง

2.วุฒิการศึกษา ม.3 ขึ้นไป

3.อายุ 18 ปีบริบูรณ์-30 ปี

หลักฐานที่ใช้ในการสมัคร

1.รูปถ่าย 1 นิ้ว 1 รูป (ไม่รับรูปสติ๊กเกอร์ ,ถ่ายไว้ไม่เกิน 6 เดือน)

2.ต้นฉบับ บัตรประจำตัวประชาชน พร้อมสำเนา 1 ฉบับ

3.สำเนาทะเบียนบ้าน 1 ฉบับ

4.ต้นฉบับ วุฒิการศึกษา พร้อมสำเนา 1 ฉบับ

ค่าจ้างและสวัสดิการ

1.ค่าจ้างวันละ 310 บาท (เวลางานปกติ 08.30 – 17.30 น.) (โดยจะปรับตามอัตราค่าจ้างตามประกาศกระทรวงแรงงาน)

2.เบี้ยขยััน 500 บาท

3.ค่าทำงานผลัด (ค่ากะ) (100 บาท : 15.00 – 23.00 น.) (120 บาท : 23.00 – 07.20 น.)

4.ค่าล่วงเวลา

5.รถรับส่งพนักงาน

6.จัดอาหาร (สำหรับการทำงานล่วงเวลาตั้งแต่ 2 ชั่วโมงขึ้นไป)

สอบถามเพิ่มเติมที่ฝ่ายบุคคล โทร 0-2723-3000 ต่อ 4101-4105

บริษัท พานาโซนิค (ประเทศไทย) จำกัด

101 หมู่ 2 ถนนเทพารักษ์ ตำบลบางเสาธง อำเภอบางเสาธง จังหวัดสมุทรปราการ 10570

 

บริษัท โตโยต้า บ้านโพธิ์ รับสมัครพนักงานเปลี่ยนแบตเตอรี่รถโฟล์คลิฟท์ จำนวนมาก!!

บริษัท จัดหางาน โอเอส (ประเทศไทย) จำกัด 

รับสมัครพนักงาน ตำแหน่ง พนักงานเปลี่ยนแบตเตอรี่รถโฟล์คลิฟท์

สถานที่ปฏิบัติงาน โตโยต้า บ้านโพธิ์

ประเภทธุรกิจยานยนต์

ตั้งอยู่ที่ โรงงานประกอบรถยนต์โตโยต้า (บ้านโพธิ์)
99 หมู่ 2 ต.ลาดขวาง อ.บ้านโพธิ์
จ.ฉะเชิงเทรา 24140

คุณสมบัติ 

  • เพศชาย
  • อายุ 21-35 ปี
  • วุฒิการศึกษา ม.3 ขึ้นไป
  • ต้องมีใบอนุญาตขับขี่รถยนต์
  • ไม่เคยมีประวัติอาญา
  • สะดวกเดินทางมาทำงานเอง

รายได้-สวัสดิการ

  • ค่าแรง 9,240 บาท/เดือน
  • ค่าอาหาร 30 บาท/วัน
  • ค่ารถ 30 บาท/วัน
  • เบี้ยขยัน 300,400,500 บาท/เดือน
  • ค่าเข้าโอที (ทำต่อเนื่อง 2 ชม ขึ้นไป) 30 บาท/วัน
  • ค่ากะ 70 บาท/วัน
  • ประกันอุบัติเหตุ
  • ประกันสังคม
  • ตัดงวดค่าแรง 21-20 ของเดือนถัดไป
  • จ่ายทุกวันที่ 30 ของเดือน ผ่านธนาคารไทยพาณิชย์
  • ทำงานจันทร์-เสาร์
  • กะเช้า 07.30-16.30 น.  กะดึก 19.30-04.30 น.

เอกสารการรับสมัคร

1.รูปถ่าย 2 ใบ

2.สำเนาบัตรประชาชน 2 ใบ

3.สำเนาทะเบียนบ้าน 2 ใบ

4.สำเนาวุฒิการศึกษา 2 ใบ

5.สำเนาใบเกณฑ์ทหาร 2 ใบ

สมัครงานได้ที่

  • จุดรับสมัคร ออฟฟิศบางวัว
  • จุดรับสมัคร โฮมโปรบางพลี

ติดต่อ คุณจอย 099-1864149 ,065-7284543

คุณต้น 065-7295543 (ติดต่อสอบถาม)

 

วิธีทำ “ไข่เต่ามันม่วง” เมนูทานเล่นนุ่มหนึบสู้ฟัน ยิ่งเคี้ยวยิ่งมันส์!

วิธีทำ “ไข่เต่ามันม่วง” เมนูทานเล่นนุ่มหนึบสู้ฟัน ยิ่งเคี้ยวยิ่งมันส์!

วิธีทำ “ไข่เต่ามันม่วง” เมนูทานเล่นนุ่มหนึบสู้ฟัน ยิ่งเคี้ยวยิ่งมันส์! ไข่เต่าแบบเดิม ๆ ต้องชิดซ้าย เมื่อพบกับ “ไข่เต่ามันม่วง” สีม่วงสดใสแปลกตา ชวนหยิบเข้าปาก แถมทำเองได้ง่าย ๆ ที่บ้าน!

โพสต์โดย Wongnai Cooking บน 16 สิงหาคม 2017

ขนมไข่เต่าหรือไข่นกกระทา ที่สามารถหาซื้อกินได้ง่าย ๆ ทั่วไป วันนี้ Wongnai จะมาประยุกต์ให้กลายเป็นเมนูสีสันสดใสชวนรับประทาน “ไข่เต่ามันม่วง” ที่รับรองว่าแค่อ่านวิธีทำก็สามารถทำตามได้ง่ายแบบไร้ข้อสงสัย ถ้าอยากจะรู้ว่าทำยังไง ก็ตามมาดูกันเลย!

วัตถุดิบ

1. มันเทศญี่ปุ่น 500 กรัม

2. แป้งมันสำปะหลัง 2 ถ้วย

3. แป้งสาลีอเนกประสงค์ ⅓ ถ้วย

4. ผงฟู 1 ช้อนชา

5. น้ำตาล 4 ช้อนโต๊ะ

6. เกลือ ½ ช้อนชา

7. กะทิ 2 ช้อนโต๊ะ

8. ไข่แดง 1 ฟอง

วิธีทำ

1. ปอกเปลือกมันเทศญี่ปุ่นหั่นเป็นชิ้น แล้วนำไปนึ่งประมาณ 20 นาทีจนสุก แล้วนำมาบดให้ละเอียด

2. ร่อนแป้งมันสำปะหลัง แป้งสาลีอเนกประสงค์ และผงฟูลงในอ่างผสม ใส่เกลือและน้ำตาลทรายลงไป ใส่มันเทศญี่ปุ่นลงไปนวดให้เข้ากัน

3. ตามด้วยกะทิและไข่แดง เทลงไปในส่วนผสมมันเทศญี่ปุ่นแล้วนวดต่อให้เข้ากันดี

4. ปั้นส่วนผสมทั้งหมดเป็นก้อนกลมเล็ก ๆ ขนาดประมาณหัวแม่มือ

5. ตั้งกระทะใส่น้ำมันตั้งไฟกลางจนน้ำมันร้อน นำมันที่ปั้นจนกลมแล้วลงทอด ทอดไฟกลางหมั่นคนเรื่อย ๆ จนสุก นำขึ้นพักไว้กินตอนกำลังอุ่น ๆ ฟินเวอร์!

TIPs :

1. วิธีเช็คความสุกใช้ไม้เสียบลูกชิ้นจิ้มดู ถ้าดึงออกมาแล้วไม่มีแป้งติดออกมาแสดงว่าสุกดีแล้ว

2. ก่อนปั้นนำแป้งถูมือบาง ๆ จะทำให้ปั้นขนมได้ง่ายขึ้นไม่ติดมือ

โอ้โห! สีม่วงสดใสทำตามง่าย ๆ แบบนี้ ต้องลองทำตามสักหน่อยแล้ว กับเมนู “ไข่เต่ามันม่วง” ดู ๆ ไปแล้ววิธีทำก็ไม่ยากเลยใช่ไหมล่ะ เพื่อน ๆ อย่าลืมเอาไปลองทำกันดูนะ 

ขอบคุณข้อมูลจาก Wongnai

 

น่าชื่นชม! ด.ช. 8 ขวบปลูกผักขายจนจ่ายค่าเทอม สร้างรายได้หลักหมื่น!!!

น่าชื่นชม! ด.ช. 8 ขวบปลูกผักขายจนจ่ายค่าเทอมเอง

น้องภูริในวัย 8 ขวบ อยากได้โน้ตบุ๊ค ในฐานะแม่เห็นว่าเป็นของใช้ที่เกินตัว และยังไม่มีความจำเป็นต่อเด็กในวัยนี้ เลยบอกไปว่า ยังเด็กอยู่ แต่หากอยากจะได้จริงๆ ต้องเก็บเงินซื้อเอง เลยเป็นที่มาของการปลูกผักขาย


เด็ก ป.3 อายุ 8 ขวบ โรงเรียนจันทศิริวิทยา ใฝ่ดีช่วยพ่อแม่หารายได้เสริม ด้วยการใช้ประโยชน์พื้นที่ข้างบ้านปลูกผักปลอดสารพิษสุดฮิต อาทิ ต้นอ่อนทานตะวัน ต้นอ่อนผักบุ้ง ต้นอ่อนหัวไชเท้า เบบี้คะน้า และผักโตเหมี่ยว ปลูก 7 วัน ตัดไปขายตลาดนัด หารายได้เสริมแต่ละเดือนหนึ่งหมื่นบาท ไว้เป็นทุนซื้อของเล่น และจ่ายค่าเทอม

คุณอัญชลี หิรัณยรัชต์ หรือคุณแอน คุณแม่น้องภูริ ทองป้อง ปัจจุบันเป็นนักเรียนประถมศึกษาชั้นปีที่ 4 โรงเรียนจันทศิริวิทยา


คุณแม่แอน เล่าว่า เมื่อ พ.ศ. 2558 น้องภูริในวัย 8 ขวบ อยากได้โน้ตบุ๊ค ในฐานะแม่เห็นว่าเป็นของใช้ที่เกินตัว และยังไม่มีความจำเป็นต่อเด็กในวัยนี้ เลยบอกไปว่า ยังเด็กอยู่ แต่หากอยากจะได้จริงๆ ต้องเก็บเงินซื้อเอง เลยเป็นที่มาของการปลูกผักขาย

แม้จะเสนอเงื่อนไขให้ลูกชายหาเงินเอง แต่ฐานะคนเป็นแม่ก็อดที่จะช่วยเหลือลูกไม่ได้ คุณแอน เลยบอกให้น้องภูริ ปลูกผักขาย เพราะเห็นว่าไม่ยาก เด็กสามารถปลูกได้ อีกทั้งครอบครัวก็ปลูกผักทานอยู่แล้ว

“ที่บ้านของเรา ปลูกผักง่ายๆ กินกันเองเป็นประจำอยู่แล้ว เลยพอมีพื้นฐาน ประกอบกับค้นคว้าหาข้อมูลเพิ่มว่าผักชนิดไหน ปลูกไม่ยาก โตเร็ว เก็บขายได้ไว หนที่สุดมาเจอต้นอ่อนผักบุ้ง และต้นอ่อนผักต่างๆ”

“ที่บ้านของเรา ปลูกผักง่ายๆ กินกันเองเป็นประจำอยู่แล้ว เลยพอมีพื้นฐาน ประ กอบกับค้นคว้าหาข้อมูลเพิ่มว่าผักชนิดไหน ปลูกไม่ยาก โตเร็ว เก็บขายได้ไวที่สุดมาเจอต้นอ่อนผักบุ้ง และต้นอ่อนผักต่างๆ”

คุณแอน บอกว่า ที่พักอาศัยอยู่ในหมู่บ้าน ย่านหนองแขม ขนาดพื้นที่ 50 ตารางวา บริเวณที่ใช้ปลูกผักอยู่ด้านข้างตัวบ้าน พื้นที่ไม่มาก อุปกรณ์ที่ใช้ปลูกมีตะกร้า นอกจากนั้นยังนำไม้ไผ่มาต่อเป็นชั้นวาง 3 ชั้น เพื่อเพิ่มพื้นที่ปลูก

หน้าที่ของคุณแอน เธอเป็นแม่บ้าน ส่วนสามีอาชีพกราฟฟิกดีไซน์ น้องภูริ มีน้องสาว 1คน ชื่อวาริ หลังจากน้องภูริมีความตั้งใจแน่วแน่แล้วว่าจะเก็บเงินซื้อโน๊ตบุ๊ค คุณแอนก็ลงมือช่วยปลูกผัก มีต้นอ่อนทานตะวัน ต้นอ่อนผักบุ้ง ต้นอ่อนหัวไชเท้า เบบี้คะน้า และผักโตหมี่ยว สาเหตุที่หญิงสาวเลือกปลูกผักประเภทนี้ เธอบอกว่า ปลูกง่าย โตเร็ว เด็กสามารถปลูกได้ไม่ยุ่งยาก

คุณแอน ยกตัวอย่างวิธีปลูกต้นผักบุ้งจีนอ่อน

ขั้นตอนการเพาะเมล็ด

1.นำเมล็ดผักบุ้งไปล้างน้ำให้สะอาด จนน้ำใส จากนั้นแช่เมล็ดผักบุ้งในน้ำต่ออีก 12 ชั่วโมง

2. นำเมล็ดผักบุ้งที่ได้แช่น้ำมา 12 ชั่วโมงแล้ว มาเช็ดให้แห้ง และห่อด้วยผ้าเปียกต่ออีก 12 ชั่วโมง

3.เมล็ดผักบุ้งที่ผ่านการแช่น้ำ จะมีรากสีขาวงอกออกมา

ขั้นตอนการเตรียมดิน

1. นำดินละเอียด มาผสมกับแกลบดำ ผสมขุยมะพร้าวละเอียดด้วย ปริมาณ 1 ต่อ 1

2. นำดินเทใส่ภาชนะที่จะปลูก อาทิ ตะกร้า กะละมัง ใส่ดินสูง 1นิ้วครึ่ง

3. นำเมล็ดผักบุ้งโรยลงไปในดิน กะปริมาณให้พอดีกับภาชนะที่จะปลูก รดน้ำให้ชุ่ม หาตะกร้ามาวางทับบนดินอีกที เพื่อให้รากยั่งลึกลงดิน 2 วัน

4. วันที่ 3 เปิดตะกร้าที่วางทับบนดิน เพื่อให้ต้นอ่อนผักบุ้ง โดนแสงแดด รดน้ำ เช้า – เย็น ปลูกต่อไปอีก 7 วัน ก็สามารถตัดไปรัปประทานได้

ราคาเมล็ดผักบุ้ง 1 กิโลกรัม ท้องตลาดขาย 150 บาท เมล็ดผักบุ้ง 1 กิโลกรัม เพาะต้นอ่อน 4 กิโลกรัม

สำหรับหน้าที่ที่น้องภูริจะต้องทำ คุณแม่แอน บอกว่า ทำทุกขั้นตอน ตั้งแต่เพาะเมล็ด รดน้ำเช้า – เย็น ยกเว้นตอนตัด เพราะต้องใช้ของมีคม

ด้านสถานที่จำหน่ายผัก ปัจจุบันหญิงสาวนำไปขายที่ตลาดนัดในหมู่บ้าน และส่งตามออเดอร์ ราคาขาย เบบี้คะน้า ขีดละ 20 บาท ผักบุ้งอ่อนขีดละ 15 บาท ต้นอ่อนหัวไชเท้าขีดละ 20 บาท รายได้จากการจำหน่ายเฉลี่ย 1 หมื่นบาท

และหลังจากที่น้องภูริปลูกผักขายมาเป็นเวลาเกือบปี คุณแอน บอกว่า มีเงินซื้อโน้ตบุ๊คแล้ว แต่ทว่าลูกชายกลับไม่ต้องการ เพราะเห็นคุณค่าของเงินกว่าจะทำงานหามาได้นั้นยากลำบาก ไม่ซื้อโน๊ตบุ๊ค เก็บเงินไว้เป็นทุนการศึกษา

ขอชื่นชมคุณแม่อัญชลี หิรัณยรัชต์ หรือคุณแอน คุณแม่น้องภูริ ทองป้อง ด้วยนะคะที่เลี้ยงลูกด้วยความรักและปัญญา สร้างให้ลูกเป็นทั้งคนเก่งและดี เชื่อว่ามหาเศรษฐีในอนาคตต้องมีน้องภูริ แน่นอนจริงไหมคะ

 

ขอบคุณภาพและข้อมูลจาก

http://www.thethainews.net/2017/04/8_27.html?m=1

วิธีพับเหรียญโปรยทาน สุดเก๋ แม้แต่มือใหม่ยังทำได้ไม่ยาก [มีคลิป]

วิธีพับเหรียญโปรยทาน สุดเก๋ แม้แต่มือใหม่ยังทำได้ไม่ยาก [มีคลิป]

ตามมาดู วิธีพับเหรียญโปรยทาน สุดเก๋ไก๋ ใช้ความคิดสร้างสรรค์เปลี่ยนให้เป็นมากกว่าเหรียญโปรยทานธรรมดา แถมนำเคล็ดลับไปใช้ได้อีกหลายงานอีกด้วย

สำหรับผู้ที่กำลังมองหาวิธีการพับริบบิ้นทำเหรียญโปรยทาน เพื่อนำไปใช้ในโอกาสต่าง ๆ บอกเลยว่าไม่ควรพลาดไอเดียสุดเก๋ไก๋แถมครีเอทสุด ๆ ที่เราจะนำมาฝากกันในวันนี้ เมื่อ คุณลูกน้ำ เจ้าของเพจ “เหรียญโปรยทาน Ribbon Art” ได้นำวิธีการทำเหรียญโปรยทานสารพัดรูปแบบ ที่มีความสวยงามน่ารักถึงที่สุด มาแบ่งปันแก่เพื่อน ๆ ให้ได้ทดลองทำกัน ผ่านทางกระทู้ “เหรียญโปรยทาน จริงจริ๊งงงง…ค่ะ” ซึ่งบอกเลยว่าแม้แต่มือใหม่ก็ยังทำได้ไม่ยากนัก ว่าแล้วก็ตามไปดูกันได้เลย…

เริ่มแรกควรเลือกริบบิ้นให้เหมาะกับแต่ละคนก่อน โดยริบบิ้นจะมีอยู่ 2 เนื้อ

1. ริบบิ้นเนื้อมัน เนื้อจะแข็ง สีมันวาว สีสดมาก ๆ เหมาะสำหรับพับลายผลไม้

2. ริบบิ้นเนื้อทราย มีหลายยี่ห้อด้วยกัน ลองเลือกมาเอาที่เราถนัด เนื้อทรายจะทำง่ายกว่าเนื้อมัน สีเนียนสวย เหมาะสำหรับพับลายกุหลาบ และลายอื่น ๆ (จริง ๆ เนื้อทรายก็พับลายผลไม้ได้เหมือนกันนะ แล้วแต่ความชอบของแต่ละคน)

เอาล่ะ เราจะลงรูปแบบต่าง ๆ พร้อมลิงก์ให้ เผื่อเพื่อน ๆ สนใจลองหัดพับกัน

ผลไม้รวม น่าหม่ำจริง ๆ

สำหรับมือใหม่ หรือคนที่มีพื้นฐานอยู่บ้าง เริ่มแรกลองหัดลูกส้มก่อนนะคะ

จริง ๆ ก็พื้นฐานเดียวกัน ถ้าทำส้มเป็นอย่างอื่นก็หมู ๆ ตัดนั่น เพิ่มนี่ เดี๋ยวก็ได้ลายใหม่ ลูกกลม ๆ ของส้ม เราสามารถเปลี่ยนให้มันเป็นอะไรก็ได้มังคุดแค่เราเปลี่ยนขั้วมันเราก็จะได้แบบใหม่แล้ววว

ต เต่า หลังส้ม นึกถึงเกมมาริโอ้เนอะ

พัฒนาไปอีกขั้นกับผลไม้เมืองหนาว ลายนี้ยอดนิยมจริงจริ๊ง

อีกสักรูป มาเป็นพวง

ยัง ยังไม่อิ่ม ขอเสิร์ฟผลไม้ต่อนะ สับปะรด ยานัด หรือบักนัด ของดีบ้านเรานี่แหละ มา ๆ ฟินกันต่อ

สับปะรดใบงาม ๆ แทบจะยืนงงในดง…สับปะรด

ลองทำกันดูตามคลิปเลยค่ะ

ต่อไปจะพาชมไร่ข้าวโพดกันบ้าง

สีสันสะใจจริง ๆ แล้วมาดูเบื้องหลังการผลิตเม็ดแตงโม
แตงโมหวานฉ่ำ ดูคลิปวิธีการทำได้ ที่นี่

เข้าดงแก้วมังกร อีกสักหน่อยนะ
ดูคลิปวิธีการพับแก้วมงกร ได้ที่นี่

ตูมแล้วกุหลาบก็แย้มจ้า ดูคลิปได้ที่นี่

ไม่ได้มีแค่ผัก ผลไม้ ดอกไม้นะ สัตว์ต่าง ๆ ก็มีน้า เริ่มด้วยแมลงปอ
ดูคลิปการทำแมลงปอได้ที่นี่เลย

พัฒนาการของดวงดาว
ลองทำดาวสวย ๆ ดูจากคลิปนี้ค่ะ

กลับมาเป็นของกินเล่นสำหรับเด็ก ๆ อมยิ้มแสนหวาน ระวังฟันผุด้วยนะจ๊ะหนู ๆ
คลิปการทำอมยิ้มทางนี้ค่า

นี่อีกแบบที่ talk of the town กันมากที่สุด (ป.ล. แบบนี้ไม่รับทำนะ สอนให้อย่างเดียวเลย)
ลองหัดพับตามคลิปกันดูนะคะ

จริง ๆ แล้วยังมีการพับรูปแบบอื่น ๆ อีกมากมาย เพราะเธอไม่อยากทำให้เหรียญโปรยทานเป็นแค่เหรียญโปรยทานธรรมดา แถมการพับเหรียญโปรยทานยังสามารถทำไปประยุกต์ใช้ได้หลายงานอีกด้วย ทั้งจัดช่อดอกไม้ จัดแจกัน ของชำร่วย ของที่ระลึก งานแต่งงานยังได้เลยนะคะ วันนี้เลยเสนอแบบจัดแต่งรถเจ้าบ่าวโดยใช้เหรียญโปรยทาน (ไม่ต้องใส่เหรียญนะ) ลงทุนแค่ 300 บาท ประหยัดแถมยังดูดี ภูมิใจอีกต่างหาก

เราหวังว่ากระทู้นี้จะเป็นประโยชน์กับเพื่อน ๆ ทุกคนนะคะ และหากเพื่อน ๆ สนใจสามารถเข้ามาตามไปดูวิธีทำในอีกหลาย ๆ แบบได้ ตามลิงก์ kittisawangsri

 

ด่วน! บริษัท กรีนสวิลล์ จำกัด รับสมัครพนักงานผสม ตรวจ เช็ค จำนวน 100 อัตรา (สัมภาษณ์ผ่าน เริ่มงานทันที)

บริษัท แมนพาวเวอร์ จำกัด รับสมัครพนักงานผสม ตรวจ เช็ค จำนวน 100 อัตรา (สัมภาษณ์ผ่าน เริ่มงานทันที) 

ปฏิบัติงานที่ บริษัท กรีนสวิลล์ จำกัด เลขที่ 33, 34 ซอยฉลองกรุง 31 ถนนฉลองกรุง แขวงลำปลาทิว เขตลาดกระบัง กรุงเทพฯ 10520

บริษัท กรีนสวิลล์ จำกัด

บริษัท กรีนสวิลล์ จำกัด ก่อตั้งเมื่อปีพุทธศักราช 2527 เป็นบริษัทที่ดำเนินธุรกิจการรับจ้างผลิตเครื่องสำอางและผลิตภัณฑ์ดูแลอนามัยบุคคล ที่ได้รับมาตรฐานสากล บริษัทของเราตอบสนองต่อการผลิตที่หลากหลาย ครอบคลุมถึงผลิตภัณฑ์ดูแลผิวกาย ผลิตภัณฑ์สำหรับเด็ก ผลิตภัณฑ์ดูแลช่องปาก และฟัน ผลิตภัณฑ์สำหรับใช้ในบ้าน

กว่า 30 ปีที่ผ่านมาบริษัทให้คำปรึกษาในทุกๆด้านแก่ลูกค้า ไม่ว่าจะเป็นทางเทคนิค ตลอดจนถึง ระบบการจัดการการส่งสินค้าที่เหมาะกับความต้องการที่เฉพาะเจาะจงของลูกค้าแต่ละราย

บริษัทมีความภูมิใจในความสามารถและความเชี่ยวชาญในการผลิตที่มีประสิทธิภาพ บริษัทสามารถผลิตสินค้าที่อ่อนโยนจากธรรมชาติ ปราศจากการระคายเคืองต่อผิวพรรณ

บริษัท ฯ ให้ความสำคัญกับคุณภาพ ความรวดเร็ว และมีความยืดหยุ่นเพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้า สิ่งเหล่านี้ทำให้บริษัทกรีนลวิลล์ได้เติบโตขึ้นอย่างยั่งยืน

ด้วยความก้าวหน้าของการผลิตที่หลากหลาย ในอุตสาหกรรมสินค้าอุปโภคบริโภค เช่น ผลิตภัณฑ์ดูแลผิวพรรณ, ผลิตภัณฑ์ดูแลทารก และเด็ก, ผลิตภัณฑ์ดูแลช่องปาก, ผลิตภัณฑ์ในครัวเรือนม รวมไปถึงเครื่องสำอาง

คุณสมบัติ

  • เพศชาย/หญิง
  • อายุ 18-40 ปี
  • วุฒิป.6 ขึ้นไป

ลักษณะงาน

  • ผลิต ผสมผลิตภัณฑ์ แป้ง น้ำหอม และเครื่องสำอางค์
  • ทำงานจันทร์-เสาร์ เวลา 08.00-17.00 น.
  • เข้าเช้าตลอด ไม่มีกะ
  • เงินออกทุกวันที่ 10 และ 25  

ค่าจ้างและสวัสดิการ

  • ค่าแรงวันละ 310 บาท
  • มีเบี้ยขยัน/โอที วันละ 3 ชม.
  • ประกันอุบัติเหตุ
  • ประกันชีวิต
  • ปรับค่าจ้างประจำปี
  • ตรวจสุขภาพประจำปี
  • ของเยี่ยมผู้ป่วย/คลอดบุตร
  • วันหยุดพักผ่อนประจำปี
  • วันหยุดนักขัตฤกษ์
  • ชุดยูนิฟอร์มและรองเท้า safety
  • เงินช่วยเหลืองานศพ
  • มีรถรับส่งหลายเส้นทาง

หลักฐานการสมัคร

  • รูปถ่าย 1 นิ้ว 2 รูป
  • สำเนาบัตรประชาชน 2 ใบ
  • สำเนาทะเบียนบ้าน 2 ใบ
  • สำเนาวุฒิการศึกษา 2 ใบ/สด.43
  • ใบผ่านงาน (ถ้ามี)

สมัครงานได้ที่

จุดรับสมัครงานหน้าบอร์ดหน้านิคมลาดกระบัง

สอบถามโทร 089-135-7443 คุณไพโรจน์, 092-508-1999 คุณสมศักดิ์, 087-942-6745 คุณแก้ว